คุยกับผู้กำกับ วิลเลี่ยม เบรนท์ เบลล์ กับการสานต่อความหลอนของตุ๊กตาบรามส์ ใน Brahms: The Boy II

1977

ในภาคต่อของหนังตุ๊กตาผีนี้ เคที โฮล์มส์ (ในบทของ ไลซ่า) ได้ตัดสินใจพาครอบครัวไปสงบจิตสงบใจหลังจากที่เธอและลูกชายของเธอ จู๊ด (คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่) ต้องเผชิญกับเหตุการณ์บางอย่างที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจจนทำให้เธอและจู๊ดมีอาการทางจิต เธอกลายเป็นคนที่ต้องเผชิญกับฝันร้ายทุกคืน และจู๊ดก็เปลี่ยนจากเด็กที่ร่าเริงตลอดเวลากลายเป็นเด็กที่ไม่ยอมพูดจา สามีของเธอ ฌอน (โอเวน เยโอแมน) ได้เลือกบ้านพักแห่งหนึ่งในชนบทของอังกฤษที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสวยงาม แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าบ้านดังกล่าวนั้นอยู่ในบริเวณของคฤหาสน์ฮีลเชียร์ที่เคยมีอดีตอันนองเลือด และลูกชายของพวกเขาก็ได้เพื่อนใหม่เป็นตุ๊กตาดินเผาจากยุควิคตอเรียที่มีชื่อว่า “บรามส์”

วิลเลี่ยม เบรนท์ เบลล์ เป็นผู้กำกับที่มีผลงานเปิดตัวในปี 2006 “Stay Alive” ผลงานล่าสุดของเขาประกอบไปด้วย “The Devil Inside” (2012), “WER” (2013) และ “The Boy” (2016) และในวันนี้เขาก็จะมาพูดเรื่องเกี่ยวกับ “Brahms: The Boy II” ให้พวกเราฟังกัน

BRAHMS: The Boy 2

ภาคแรกของบรามส์นั้นเป็นอย่างไร คุณช่วยทวนความทรงจำให้พวกเราได้มั้ย ?

มันเป็นเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ครับ เธอมีปัญหากับแฟนเก่าของเธอจนทำให้เธอต้องหนีไปรับงานเลี้ยงเด็กในคฤหาสน์หลังหนึ่งที่มีแต่คู่สามีภรรยาวัยชรา และตุ๊กตาตัวหนึ่งที่มีขนาดเท่ากับกับเด็กอายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นตัวแทนของลูกชายที่พวกเขาสูญเสียไปในอดีต หน้าที่ของเธอคือการดูแลตุ๊กตาตัวนั้นและปฏิบัติตามกฎที่ตั้งเอาไว้ แต่แล้วเธอก็พบว่าตุ๊กตาตัวนั้นอาจจะเป็นมากกว่าแค่ตุ๊กตาธรรมดาครับ

คุณเริ่มความคิดที่จะสร้างภาคต่อตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าคุณคิดไว้ตั้งแต่ตอนสร้างภาคแรกแล้ว ?

แน่นอนครับ หัวของผมในตอนนั้นคิดเรื่องแนวทางของภาคต่อเอาไว้หลายแนวเลยทีเดียว ผมคิดว่าเราจะได้สร้างมันเร็วกว่านี้ แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องรอการตัดสินใจของผู้อำนวยการสร้าง แกรี่ ลูเชสซี่ ครับ ผมได้มองเห็นว่าตุ๊กตาบรามส์นั้นมีกระแสบนโซเชียลมีเดีย ดังนั้นผมจึงปรึกษากับทีมว่าเราควรเพิ่มความสำคัญให้กับมันในภาคนี้ ผู้เขียนบทร่วมของพวกเรา สเตซี่ย์ เมเนียร์ เป็นผู้ที่ออกไอเดียเรื่องเหตุการณ์ที่ครอบครัวของไลซ่าต้องเผชิญในยามวิกาลที่บ้านพักภายในกรุงลอนดอน สรุปก็คือเราได้สร้างเรื่องราวขึ้นมาใหม่โดยใช้พื้นฐานของหนังภาคแรกเป็นจุดยืนครับ

 

พวกเราต้องดูหนังภาคแรกก่อนมั้ย หรือว่ามาเริ่มดูที่ภาคสองได้เลย ?

มาเริ่มดูที่ภาคนี้ได้เลยครับ พวกเราสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเสมือนว่ามันเป็นหนังภาคเดียว และผมก็ไม่คิดด้วยว่าพวกคุณสามารถเข้าใจทุกอย่างที่อยู่ในหนังภาคแรกได้ ปมหลาย ๆ อย่างที่คุณเคยสงสัยจะได้รับการเฉลยในภาคนี้ด้วยครับ

ช่วยบอกเกี่ยวกับนักแสดงของคุณให้พวกเราฟังหน่อยได้มั้ย โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับ เคที โฮล์มส์ ?

ทันทีที่พวกเราได้รับบทหนังจากสเตซี่ย์พวกเราก็เริ่มช่วยกันคิดว่านักแสดงคนไหนเหมาะกับบทไหนกันทันที และเคทีก็เป็นคนแรกที่พวกเราคิดถึงครับ พวกเราส่งบทหนังให้กับเธอในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยปกติกว่าหนังจะได้เริ่มเปิดกล้องบางทีมันก็ต้องใช้เวลากันเป็นปี ๆ ดังนั้นผมจึงเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าเคทีคงไม่ได้อ่านบทนั้นทันทีที่ได้รับแน่ ๆ แต่สิ่งที่เธอทำก็คือเธออ่านมันรวดเดียวจบทันทีที่เธอได้รับบทหนังเลยครับ เธอบอกกับผมในวันจันทร์ถัดไปว่าเธอชอบมันมาก พวกเราได้เซ็นสัญญากับเธอทันที

แล้วนักแสดงคนอื่น ๆ ล่ะ ?

สำหรับ คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่ (จู๊ด) เขาคือคนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดานักแสดงเด็กที่มาคัดเลือกครับ ไม่มีใครที่เหมาะสำหรับบทนี้ไปมากกว่าเขาอีกแล้ว ส่วน โอเวน เยโอแมน (ฌอน) นั้นก็เป็นคนที่ดูมีภาพลักษณ์ของคุณพ่อใจดีที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวของตัวเองเป็นอันดับแรก และ ราล์ฟ อีนสัน (โยเซฟ ผู้ดูแลคฤหาสน์ฮีลเชียร์) นี่ก็แทบไม่ต้องพูดถึง เขาเป็นตำนานที่ดังมาจากหนังอย่าง The Witch และซีรีย์ Game of Thrones แค่การมีอยู่ของเขาก็ทำให้หนังของเราดูดีขึ้นแล้วครับ

 

Christopher Convery stars in BRAHMS: The Boy II

คุณสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับการสร้างและออกแบบตุ๊กตาบรามส์ให้พวกเราฟังได้บ้าง ?

มันเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตของผมเลยครับ แรกเริ่มนั้นผมไม่อยากจะทำให้มันเป็นตุ๊กตาที่น่ากลัว… ผมขอเปลี่ยนคำพูดดีกว่า ผมอยากจะให้มันน่ากลัวนิด ๆ โดยไม่ให้รู้สึกว่ามันน่าเกลียดครับ (หัวเราะ) เราได้ออกแบบให้มันเป็นตุ๊กตาที่นิยมสร้างในยุควิคตอเรีย ผสมผสานกับแรงบันดาลใจที่ผมได้รับจากหนังสยองขวัญในช่วงยุค 70 อย่าง The Omen โดยเฉพาะตัวละครเด็กอย่าง ดาเมียน ที่ภายนอกอาจจะดูน่ารัก แต่ภายในแฝงเอาไว้ด้วยความชั่วร้าย ในความคิดของผมเขาเป็นเด็กผู้ชายที่สมบูรณ์แบบทุกด้าน ถ้าไม่นับมือด้านหลังที่กำลังถือมีดอยู่ คุณไม่ควรเชื่อใจเขา ในการสร้างตุ๊กตาของเรานั้นเราได้ลองสร้างตุ๊กตาบรามส์ขึ้นมาหลายขนาดและหลายแบบ เราต้องพิจารณาร่วมกันว่าความสูงของตุ๊กตานั้นควรสูงแค่ไหนถึงจะพอดี ตุ๊กตาสามารถขยับส่วนไหนได้บ้าง ลูกตาของบรามส์นั้นเป็นลูกตาเทียมจริง ๆ ที่ผู้ป่วยสูญเสียดวงตาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แม้แต่เส้นผมของตุ๊กตาเราก็ได้ออกแบบให้มันดูสมจริงมากที่สุดครับ

THE BOY 2

เส้นผมงั้นเหรอ ?

มันอาจจะฟังดูตลกนะ แต่สองวันก่อนที่เราจะเริ่มเปิดกล้องทรงผมของบรามส์ยาวกว่านี้ มันทำให้ตุ๊กตาดูเหมือนเด็กผู้ชายชาวดัตช์น่ารัก ๆ คนหนึ่งเลยครับ ผมนี่ถึงกับเหวอสุด ๆ เพราะมันไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ของหนังแบบนี้แน่ ๆ ท้ายที่สุดเราก็แก้ทรงผมจนได้เป็นแบบที่คุณเห็นในปัจจุบันครับ ตอนที่ผมเดินเข้ากองแล้วเห็นตุ๊กตาตัวนั้น ผมก็บอกได้ทันทีว่านี่ล่ะคือตุ๊กตาที่เราต้องการ ผมรู้สึกโชคดีจริง ๆ ว่าภาพลักษณ์สุดท้ายของตุ๊กตาบรามส์เป็นแบบนี้

 

ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าหน้าของบรามส์ดูคล้ายกับ คริสโตเฟอร์ คอนเวอรี่ ?

ถ้าคุณสังเกตดี ๆ การแต่งตัวของคริสโตเฟอร์จะค่อย ๆ ดูเหมือนบรามส์ครับ พวกเราได้หวีผมให้ทั้งสองมีทรงผมทรงเดียวกัน รายละเอียดหลาย ๆ อย่างของเขาก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเหมือนเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมพึ่งจะสังเกตเห็นตอนที่คริสโตเฟอร์เดินเข้ากองถ่ายก็คือ ผิวของเขามีสีคล้ายกับตุ๊กตา โครงหน้ากับรูปทรงของจมูกก็ดูคล้ายกับของตุ๊กตา ผมนับว่ามันเป็นโชคของเราที่ได้เขามาแสดงในหนังเรื่องนี้ครับ เขาสามารถสื่อสารกับคนดูได้ดีมากแม้ว่าบทของเขาจะไม่ค่อยมีบทพูด เขาเป็นเด็กที่เยี่ยมมาก ๆ ครับ

 

ทำไมคุณถึงชอบสร้างหนังสยองขวัญ ?

เพราะผมโตขึ้นมากับหนังประเภทนี้ยังไงล่ะครับ และหนังพวกนั้นก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ที่แฝงอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วย อย่างเช่น Trilogy of Terror (1975) ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ พี่สาวของผมเปิดให้ผมดู และผมจำได้ว่าตอนนั้นผมรู้สึกกลัวมาก ผมเชื่อว่าใต้โซฟาที่บ้านมีตุ๊กตาที่คอยแอบตัดเท้าคนอยู่ตลอดจนกระทั่งผมอายุ 10 ขวบครับ (หัวเราะ) The Omen (1976) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดี The Other (1972) หนังสยองขวัญที่เกี่ยวกับเด็กแฝดอายุ 8 ขวบก็ด้วย ผมพบว่าพวกเรามีอิสระในการสร้างหนังประเภทนี้ ผมได้ดูปฏิกิริยาของผู้ที่เข้าชมหนังของผม ได้ดูพวกเขาหัวเราะ ตกใจ และกรีดร้อง ผมเชื่อว่าไม่มีหนังแนวอื่นที่สามารถเรียกปฏิกิริยาของผู้ชมได้หลากหลายเท่าหนังสยองขวัญอีกแล้ว ผมจึงมั่นใจว่านี่คือประเภทของหนังที่เหมาะสำหรับการดูในโรงหนังครับ

คุณเจออุปสรรคอะไรบ้างในการถ่ายทำ ?

อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเราก็คือ “การทำในสิ่งที่ทุกคนคาดคิดไม่ถึง” ครับ เราต้องคิดว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อให้มันไม่รู้สึกว่าเราใช้ลูกเล่นเดิม ๆ ต้องทำอย่างไรเพื่อให้คนดูรู้สึกว่าพวกเขากำลังเห็นสิ่งใหม่ ๆ นอกจากนั้นพวกเราต้องคำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคแรกด้วย

 

บรามส์จะมีภาคต่อหรือเปล่า แล้วคุณจะยังได้เป็นผู้กำกับมั้ย ?

ผมขอตอบว่า “ใช่” สำหรับทั้งสองคำถามนะครับ แต่ผมควบคุมอะไรไม่ได้มากนะ เรื่องดีของภาคต่อก็คือเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้หลายทิศทาง เอาจริง ๆ ผมชอบตัวละครพวกนี้นะ ผมรู้สึกว่าการสร้างตัวละครเหล่านี้ขึ้นมาแล้วทิ้งพวกเขาไปหลังจากที่หนังฉายไป 90 นาทีนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ผมรู้สึกว่าผมกำลังใกล้เข้าใจความรู้สึกของตัวละครเหล่านั้นอยู่แล้ว ความเป็นไปได้ของตัวละครเหล่านั้นยังคงมีอยู่อีกมากมายหลายทาง ผมคนหนึ่งล่ะที่อยากจะเห็นการกลับมาของพวกเขาครับ

แล้วคุณล่ะ อยากจะมาเล่นกับบรามส์มั้ย? “Brahms: The Boy II ตุ๊กตาซ่อนผี 2” ต้อนรับความสยองพร้อมกันทั้งประเทศ 12 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

 

  การกลับมาของ ‘บรามส์’ | BRAHMS: THE BOY ll ตุ๊กตาซ่อนผี 2

https://www.youtube.com/watch?v=WeGFy05onH0