เร่งหาเบาะแสคนร้ายลวงฆ่าซินแสดูฮวงจุ้ยทิ้งศพบ่อน้ำข้างทาง

338

ความคืบหน้าคดีคนร้ายลวงฆ่าซินแสดูฮวงจุ้ย ทุบศีรษะทิ้งศพลงบ่อน้ำข้างทาง ล่าสุดตำรวจเร่งล่าตัวผู้รับเหมาที่มีปัญหาขัดแย้งกันมาสอบสวน หลังพบขับรถกระบะมาชะลอดูขณะพบศพ แล้วเข้าไปเก็บของออกจากบ้านที่กำลังก่อสร้างจนหมด ก่อนจะหายตัวไป

ตำรวจ สภ.นครชัยศรี เข้าตรวจสอบบริเวณซอยคลองมอญ พื้นที่หมู่ 3 ตำบลดอนแฝก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ที่เกิดเหตุพบศพชายเสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำข้างทาง ทราบชื่อคือนายวรงค์ทิตย์ ชุติชัยปัญญา อายุ 48 ปี ซินแสดูฮวงจุ้ยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในละแวกตำบลดอนแฝก

จากการชันสูตรศพเบื้องต้น พบร่องรอยบาดแผลที่ด้านหลังศีรษะคล้ายถูกกระแทกหรือถูกตีด้วยของแข็ง ส่วนที่ข้อศอกและข้อมือซ้ายมีรอยถลอก ตำรวจเชื่อว่านายวรงค์ทิตย์ น่าจะถูกฆาตกรรมก่อนนำมาทิ้งอำพราง โดยจะส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตให้ชัดเจนอีกครั้ง

นายณัฐพล กตัณณ์วรมงคล เพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต บอกว่าเขากับนายวรงค์ทิตย์อาศัยอยู่ด้วยกัน ปกติอีกฝ่ายจะตื่นมาปิดแอร์ช่วงประมาณ 05.30 น. แต่วันนี้นายวรงค์ทิตย์กลับไม่ได้ปิดแอร์ โดยหายตัวไปและไม่ได้เอาโทรศัพท์มือถือติดตัวไปด้วย จากนั้นเขาจึงขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหาจนถึงจุดเกิดเหตุเห็นรองเท้าตกอยู่ข้างทางจึงจอดรถดูก็พบศพนายวรงค์ทิตย์ อยู่ในบ่อน้ำ

นายณัฐพล บอกอีกว่าก่อนหน้านี้นายวรงค์ทิตย์มีปัญหากับผู้รับเหมาที่ว่าจ้างมาต่อเติมบ้าน โดยอีกฝ่ายมาทวงเงินสวดท้ายแต่นายวรงค์ทิตย์ไม่ให้เพราะงานยังไม่เสร็จ จนมีการแช็ตไลน์บอกให้ออกมาเคลียร์กันแต่ต่อมาได้ลบไลน์ดังกล่าวไปแล้ว

ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ตั้งข้อสังเกตว่าคนร้ายอาจนัดแนะหรือเข้าไปรับนายวรงค์ทิตย์ออกมาจากบ้าน เพราะเขาขับขี่รถไม่เป็น ก่อนจะลงมือก่อเหตุแล้วนำศพมาทิ้งอำพราง

เบื้องต้นตำรวจตั้งปมการเสียชีวิตไว้ 2 ประเด็นคือเรื่องหึงหวงและความขัดแย้งกับผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน ซึ่งจากข้อมูลการสืบสวน พบว่าขณะพบศพนายวรงค์ทิตย์ มีรถกระบะคันหนึ่งเป็นรถของคนงานก่อสร้างที่รับต่อเติมบ้านให้นายวรงค์ทิตย์ ขับมาลักษณะคล้ายชะลอดูแล้วขับรถออกไปเก็บของออกจากบ้านที่กำลังก่อสร้างจนหมดก่อนจะหายตัวไป โดยตำรวจพอรู้เบาะแสแล้วอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตหรือไม่

                                                                                              สิริรัตน์  รัตนสิมานนท์

                                                                                                     รายงาน