ครอบครัวทารก 5 เดือน ปฏิเสธ ไม่ได้ขายเด็กผ่านโซเชียล

203

ครอบครัวทารกอายุ 5 เดือน ปฏิเสธ ไม่ได้ขายเด็กผ่านโซเชียลแต่อย่างใด เป็นเรื่องเข้าใจผิด เผยแม่เด็กเป็นผู้พิการ ถูกข่มขืน แค่หาคนอุปการะเด็ก

กรณีการแชร์ภาพเพจเฟซบุ๊กประกาศ ขออุปการะเด็กทารก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อาจจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.เด็ก และ อาจเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่

ล่าสุดครอบครัวของทารกที่ปรากฏในภาพ ได้เดินทางเข้าพบกับ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มีคนโทรศัพท์ไปด่าทอ และมีชาวเน็ตคอมเมนต์ ต่อว่าแบบสาดเสียเทเสีย อย่างไม่เป็นธรรม

ครอบครัวชี้แจงว่า แม่ของเด็ก อายุ 22 ปี เป็นผู้พิการทางการได้ยิน ถูกข่มขืน กระทั่งตั้งท้องอยู่ในความดูแลของ ป้า และอา เนื่องจากพ่อของหญิง ที่เป็นแม่เด็ก หรือตาของเด็กต้องโทษอยู่ในเรือนจำ ชายอายุ 35 ปี อาของแม่เด็กบอกว่า ตนเองเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ ที่ถูกเพจเฟชบุ๊กนำไปเผยแพร่ ในโลกออนไลน์ ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้ประกาศขายเหลน เพศชาย อายุ 5 เดือน แต่ได้ติดต่อกับเพจ เพื่อหาคนอุปการะเหลนจริง เพราะครอบครัวไม่สามารถเลี้ยงดูไหว เนื่องจากฐานะยากจน ป้ามีลูกที่ต้องดูแลอยู่แล้ว 7 คน และกำลัง ตั้งท้องอีกคน จึงอยากให้เด็กมีอนาคตที่ดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี

ทางเพจแจ้งว่าขอเบอร์โทรศัพท์ และภาพถ่ายของทารกไว้ เพื่อนำไปประกาศขอคนที่มีความพร้อมที่ต้องการรับเด็กไปอุปการะ จากนั้นไม่นานก็มีคนติดต่อเข้ามาหลายคน ตนและป้าของแม่เด็ก ได้ช่วยกันเลือกแล้ว 4 คน แต่ยังไม่ตัดสินใจ ระหว่างนั้นมีดาบตำรวจ ซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ทราบข่าว มาขอพบเด็ก และเกิดถูกชะตาจึงตัดสินใจ จะให้รับเด็กไปอุปการะ อยู่ระหว่างเตรียมเอกสาร ยืนยันว่าไม่มีเรื่องเงิน เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีการซื้อขายเด็กทารกอย่างแน่นอน

ส่วนสาเหตุที่เป็นประเด็นคาดว่า อาจจะเกิดจากที่ตนไปมีปากเสียงกับคนที่ต้องการเด็กรายหนึ่งเข้า หลังจากที่เขาทราบว่า ตนตัดสินใจจะยกเด็กให้กับดาบตำรวจ ทำให้เขาเกิดความไม่พอใจ คิดว่าดาบตำรวจรายนี้ เจรจาให้เงินมากกว่า จึงอาจจะนำเรื่องไปบิดเบือนข้อมูล ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว พบว่ากรณีนี้ เป็นความเข้าใจผิด ไม่มีการซื้อขายเด็กทารก อย่างที่ปรากฏข้อมูลในสื่อออนไลน์ แต่เป็นความยินยอมของครอบครัว ที่ต้องการ จะให้เด็กได้อยู่กับครอบครัวใหม่ ที่มีความพร้อมทุกด้าน และกำลังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมขออนุญาตรับรองบุตรบุญธรรม

ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อโซเซียล ก่อให้เกิดการตื่นตระหนกและวิพากษ์วิจารณ์ กันเป็นวงกว้างในครั้งนี้ เบื้องต้นผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าเป็นการนำข้อความอันเป็นเท็จ ผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเสื่อมเสียชื่อเสียง หากทางครอบครัวผู้เสียหาย จะแจ้งความดำเนินคดี กับผู้โพสต์ หรือผู้แชร์เรื่องดังกล่าว ก็สามารถทำได้ เป็นสิทธิของผู้เสียหาย