การ์ดผับดังเมืองกำแพงเพชรรุมต่อยลูกค้าหนุ่ม อ้างจะให้หญิงไม่พกบัตรเข้าไป

378

หนุ่มที่ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองกำแพงเพชร ถูกการ์ด  2 คนรุมทำร้าย หลังขอพาหญิงสาวที่ไม่พกบัตรเข้าไปด้านใน ขณะที่การ์ดคู่กรณียืนยันต้องทำตามกฎอ้างอีกฝ่ายดึงดันห้ามปรามแล้วไม่ฟัง จนทนไม่ไหวลงมือก่อเหตุ

กล้องวงจรปิดผับแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกำแพงเพชร จับภาพชาย 3 คน ยืนคุยกันอยู่ที่หน้าประตู จู่ๆชาย 2 คนในนั้นก็ลงมือชกต่อยชายสวมเสื้อยืดสีดำทั้งสองฝ่ายคล้ายมีการโต้เถียงกัน ก่อนที่ชายทั้ง 2 คนจะใช้ทั้งสนับมือและคว้าไม้กระบองฟาดชายคนดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืน วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบชายสวมเสื้อยืดสีดำที่ถูกรุมทำร้ายคือ นายอาทิตย์ แสงอินทร์ อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้าและแขน เขาเล่าว่าวันเกิดเหตุเขากับน้องชายไปเที่ยวที่สถานบันเทิงซึ่งตั้งอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อถึงบริเวณประตูทางเข้าก็พบหญิงสาว 2 คนซึ่งได้ขอให้ช่วยพาเข้าไปด้านใน โดยการ์ดได้ขอตรวจสอบบัตรประชาชนแต่หญิงสาวคนหนึ่งไม่ได้เอาบัตรมา จากนั้นเขาจึงสอบถามว่าจะทำอย่างไรถึงจะสามารถเข้าไปได้ การ์ดจึงเรียกเงิน ก่อนจะเข้ามารุมทำร้าย โดยที่เขาไม่ได้โต้เถียงหรือพูดจารุนแรงเบื้องต้นได้ไปแจ้งความไว้แล้ว

ด้านนายทนงศักดิ์ คุณชื่น อายุ 36 ปี และนายสุระศักดิ์ คุณชื่น อายุ 41 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางโรงแรมซึ่งเป็นพี่น้องกัน บอกว่าคู่กรณีเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการซึ่งรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ก่อนเกิดเหตุอีกฝ่ายได้นำโซดาจากข้างนอกจะนำเข้ามาภายในผับแต่เขาห้ามปรามไว้ว่าไม่สามารถนำเข้าไปได้ ต่อมาอีกฝ่ายจะนำหญิงสาวเข้าไปในผับโดยไม่ยอมให้ตรวจบัตรแล้วทำท่าจูงมือหญิงสาวจะพาเข้าไป เขาจึงห้ามไว้อีกครั้งเพราะทางโรงแรมไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการเนื่องจากผิดกฎหมาย กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันจนเหตุการณ์บานปลาย

ขณะที่ผู้จัดการของสถานบันเทิงดังกล่าว เปิดเผยว่าชายที่ก่อเหตุทั้ง 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่มาใช้บริการ จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุลูกค้าจะขอให้หญิงสาวที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าไปใช้บริการทำให้พนักงานห้ามปรามไว้ ตามนโยบายของโรงแรมที่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่ได้พักงานพนักงานทั้ง 2 คนไว้ก่อนแล้ว

                                                                                                 สิริรัตน์  รัตนสิมานนท์

                                                                                                       รายงาน