เจาะเกาะติด-เปิดภาพแฉพฤติกรรมเยาวชนชาย 8 คน แก๊ง “ริมคลอง 2499″ ตระเวนปล้นทรัพย์

305

ตำรวจเร่งติดตามเยาวชนชาย 4 คน สมาชิกแก๊ง “ริมคลอง 2499”  หลังจากก่อนหน้านี้สามารถจับได้แล้ว 4 คน พร้อมให้การซัดทอดว่าเคยร่วมกันก่อเหตุตระเวนปล้นทรัพย์เหยื่อ ย่านพุทธมณฑลสาย 2 มาแล้วหลายครั้ง

กล้องวงจรปิดริมถนนบรมราชชนนี พุทธมณฑลสาย 2 บันทึกภาพขณะกลุ่มวัยรุ่นชาย 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน มาที่สวนสาธารณะเพื่อก่อเหตุปล้นทรัพย์ จากภาพจะเห็นว่าเมื่อทั้งหมดขี่รถเข้ามาก็แยกย้ายกันทำหน้าที่ดักรอเหยื่อ

หลังจากที่ผู้เสียหายขับรถเข้ามาที่ลานจอดรถของสวนสาธารณะ วัยรุ่นชาย 4 คนก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามไปจอดด้านข้างและพยายามปล้นทรัพย์ แต่จุดดังกล่าวอยู่นอกเหนือรัศมีกล้องวงจรปิด ผู้เสียหายเล่าว่าคืนเกิดเหตุเขาขับรถยนต์มาจอดที่ลานจอดรถสวนสาธารณะ พุทธมณฑลสาย 2 ระหว่างนั้นสังเกตเห็น วัยรุ่นชาย 3-4 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามจากนั้นใช้มีดและท่อนเหล็กทุบรถ ข่มขู่เอาทรัพย์สิน เคราะห์ดีที่เขาอยู่ในรถ ทำให้ไม่ถูกทำร้าย เมื่อตั้งสติได้จึงขับรถหนีออกมา พร้อมโทรศัพท์แจ้งศูนย์ผ่านฟ้า หรือ 191 เพื่อขอความช่วยเหลือ

หลังเกิดเหตุตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษเข้าตรวจสอบ พร้อมปิดล้อมพื้นที่สกัดจับวัยรุ่นชายที่ก่อเหตุได้ทันที ที่บริเวณถนนริมคลองและถนนพุทธมณฑลสาย 2 พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ มีดและท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ

ตรวจสอบพบว่าวัยรุ่นชาย 4 คนที่ ก่อเหตุมีอายุตั้งแต่ 14–18 ปี โดยทั้งหมดเป็นสมาชิกแก๊งริมคลอง 2499  ซึ่งแก๊งนี้มีสมาชิกรวม 8 คน เป็นเยาวชนอายุ 14-15 ปี 7 คน และเป็นวัยรุ่นชายอายุ 18 ปี 1 คน พฤติกรรมของแก๊ง “ริมคลอง 2499” คือจะนัดรวมตัวกันที่บริเวณสวนสาธารณะพุทธมณฑลสาย 2 เพื่อดักรอเหยื่อ ก่อเหตุปล้นทรัพย์   พบว่าก่อนหน้านี้ก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลธรรมศาลา แต่ละครั้งได้เงินหลักร้อยถึงหลักพัน   เงินที่ได้จะนำมาแบ่งกันใช้จ่ายและเที่ยวเตร่

แม้คดีนี้ผู้ก่อเหตุจะเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีทั้งหมด แต่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสั่งการให้เร่งติดตามเยาวชนชายที่เคยร่วมก่อเหตุอีก 4 คน พร้อมเตือนไปยังประชาชนไม่ควรจอดรถบริเวณที่มืดซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพหรือหากเกิดเหตุ ควรรีบแจ้งตำรวจเพื่อเข้าระงับเหตุทันที

                                                                                                  ไพจิตร  ภานนท์

                                                                                                       รายงาน