เจาะเกาะติด-แฉประวัติชายบุกเดี่ยวชิงทองมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท อ้างนำไปใช้หนี้ค่ายาเสพติด

182

ความคืบหน้าคดีที่คนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทองน้ำหนัก 155 บาท หลังจากที่ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาได้และนำไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ  อ้างนำทองไปหลอมขายเพื่อจ่ายหนี้ค่ายาเสพติด  เบื้องต้นพบมีประวัติเป็นพ่อค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชุมพรจริง ตำรวจเร่งขยายผลติดตามทองรูปพรรณน้ำหนักอีกมากกว่า 50 บาทที่หายไปคืน

5 กันยายน กล้องวงจรปิดร้านทอง ที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางพลัด บันทึกเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายบุกเดี่ยวเข้ามาก่อเหตุชิงทองรูปพรรณ โดยใช้ปืนข่มขู่พนักงานจากภาพจะเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในร้านทอง โดยไม่ปิดบังใบหน้าก่อนจะชักปืนออกมาจากกางเกงและยื่นแผ่นกระดาษให้กับพนักงานหญิง 2 คน ที่อยู่ในร้านอ่าน

 

จากนั้นพนักงานทั้ง 2 คน ค่อยๆ หยิบทองใส่ถุงผ้าให้ชายที่ยืนอยู่ใช้เวลา 2 นาที ชายคนดังกล่าวเดินกลับออกไปอย่างใจเย็น พร้อมกับทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 155 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท และเงินสดอีก 40,000 บาท หลังเกิดเหตุเพียง 3 วัน ตำรวจสามารถแกะรอยคนร้ายและนำกำลังเข้าจับได้ที่ห้องพักแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี พร้อมกับยึดของกลางทองรูปพรรณ น้ำหนัก 97 บาท โดยขณะเข้าจับพบว่า ผู้ต้องหาอยู่กับเพื่อนอีก 5 คน และกำลังมั่วสุมเสพยาเสพติด

บ่ายวันนี้ตำรวจคุมผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เขายอมรับว่าก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์มาสำรวจเส้นทางเข้าออก เมื่อถึงเวลาก่อเหตุมานั่งกินอาหารที่อยู่ใกล้กับร้านทอง เพื่อเฝ้าสังเกตเป้าหมายก่อนจะบุกเดี่ยวเข้าไปก่อเหตุตามที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิด

ผู้ต้องหาอ้างสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจมาชิงทองว่าเป็นเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้ค่ายาเสพติด ซึ่งจากของกลางที่ตำรวจตรวจยึดได้ พบว่ามีทองหายไปมากกว่า 50 บาท ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปให้คนรู้จักช่วยหลอมทองแปรรูปเพื่อนำไปขายแต่ถูกหักหลัง

แม้คำให้การของผู้ต้องหาเกี่ยวกับปมการก่อเหตุ ที่อ้างว่านำเงินไปใช้หนี้ค่ายาเสพติดจะสอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ ที่ระบุว่านายอัศวินเป็นพ่อค้ายาเสพติด และเคยถูกจับในพื้นที่จังหวัดชุมพรเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากมีข้อสงสัยบางประเด็นที่ผู้ต้องหายังให้การขัดแย้งกับข้อมูลการสืบสวนของตำรวจ

นอกจากนี้ยังพบว่านายอัศวิน เคยมีประวัติต้องโทษคดีร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างเวลากลางคืน พื้นที่จังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2556 ซึ่งขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาก่อนหรือไม่รวมถึงขยายผลติดตามของกลางทองรูปพรรณที่หายไปน้ำหนักอีกกว่า 50 บาท

                                                                                                        ไพจิตร  ภานนท์

                                                                                                             รายงาน