อ๊อฟ ปองศักดิ์ แถลงข่าวเลื่อนคอนเสิร์ตเหตุแม่ป่วย พร้อมขอบคุณกำลังใจจากทุกช่องทาง

408

จากที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้ว่า จะมีคอนเสิร์ต  Magic Night Concert คืนมหัศจรรย์วันของอ๊อฟ ปองศักดิ์” ในวันที่ 5 –  6ตุลาคม นี้ รวมถึงได้มีการขายบัตรบางส่วนเป็นที่เรียบร้อย แต่ปรากฏว่า ตอนนี้ “อ๊อฟ ปองศักดิ์”  มีเหตุจำเป็น ทำให้ต้องเลื่อนคอนเสิร์ตออกไปอย่างกะทันหัน เนื่องจากคุณแม่ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมานาน เกิดอาการสโตรกจนน็อก เจ้าตัวตัดสินใจ ขอทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุด ด้วยการดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด และเลื่อนคอนเสิร์ตครั้งนี้ออกไปก่อน พร้อมขอบคุณกำลังใจจากทุกช่องทาง ที่ต่างเข้ามาแสดงความห่วงใยตนและครอบครัว

“จริงๆแล้ว เหตุการณ์เกิดตั้งแต่วันที่15 ส.ค.ที่ผ่านมาครับ ซึ่งวันที่พวกเราจะไลฟ์สดขายบัตรคือ 17 ส.ค.  วันนั้นตอนเช้าคุณแม่เกิดสโตรกขึ้นมาครับ อยู่ดีๆก็น็อคไปเลย  ตอนนั้นอ๊อฟก็รู้สึกว่าตัวเราเองน่าจะยังไหว ก็เลยดำเนินทุกอย่างตามปกติของการทำคอนเสิร์ตมาเรื่อยๆ รวมถึงมีการขายบัตรออกไปแล้ว แต่ว่าด้วยอาการของคุณแม่ที่มันมีแต่ทวีความรุนแรงขึ้น และต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะว่าด้วยอาการคุณแม่ตอนนี้คือซีกขวาทั้งหมดไม่สามารถขยับได้แล้ว กลืนเองไม่ได้  พูดไม่ได้สมองส่วนที่รับรู้ก็ทำงานได้ไม่ดี มันก็เลยทำให้เราต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เรามีตอนนี้ไปในการดูแลเขาอย่างดีที่สุด อ๊อฟก็เลยขอพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ) ว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นไปได้ไหมที่เราจะเลื่อนออกไปก่อน  ทางพี่ฉอดก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น  เพราะว่าการที่เราขึ้นไปแบกรับความรับผิดชอบการสร้างความสุข ในขณะที่เราเองไม่ได้มีความสุขแบบร้อยเปอร์เซ็น มันก็ไม่แฟร์สำหรับคนที่เขาซื้อบัตรคอนเสิร์ตของเราไป  อ๊อฟเลยได้ขอพี่ฉอด เพื่อมาบอกกล่าวกับทุกๆคนในวันนี้ว่า  เราต้องขอเลื่อนคอนเสิร์ตออกไปก่อน คนทำงานและตัวอ๊อฟเองไม่อยากให้มันเกิดขึ้น  แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องบอก และฝากบอกทุกๆคนที่ซื้อบัตรไปแล้วด้วยครับ ว่าคอนเสิร์ตจะเลื่อนไปเป็นวันที่ 15-16 ก.พ.2563”

ด้านอาการของคุณแม่ของ “อ๊อฟ” นั้น เจ้าตัวได้กล่าวว่า “จริงๆแล้วคุณแม่เป็นมะเร็งมาประมาณสิบปีแล้ว เราสู้มาตลอดคุณแม่เริ่มต้นจากเป็นมะเร็งที่มดลูก รักษาแล้วก็ดีขึ้น จากนั้นก็มาเป็นที่ปอดและตับอ่อน ซึ่งปอดมันติดกับซี่โครง มันก็เลยกระจายเข้าไปถึงกระดูก รวมถึงสมอง เราทำการรักษาด้วยคีโม รอบนึงก็จะอยู่ประมาณสิบกว่าเข็ม ทำไปแล้วประมาณสามรอบ มันก็อย่างที่เห็น มันไม่ได้ดีขึ้น จากนั้นก็มีฉายแสง ในส่วนที่กระจายมาที่สมองมันก็ดีขึ้น  ซึ่งประมาณก่อนวันที่15 ส.ค. เราเช็คอัพล่าสุด คุณหมอว่าโอเค ไม่ต้องห่วงที่สมองแล้ว เราก็ไปดูที่บริเวณอื่นแทน แต่พอวันที่15มันเกิดเหตุการณ์นั้น เราก็คิดว่าเส้นเลือดในสมองแม่ตีบฉับพลันหรือเปล่า แต่พอเช็คไปเช็คมาดูแล้วคุณหมอบอกว่า ที่บริเวณสมองสาเหตุที่ร่างกายซีกขวา กระบวนการรับรู้ของเขาน้อยลงแล้ว รวมถึงการกินการพูดของเขาที่ไม่สามารถทำเองได้ มันเกิดจากก้อนมะเร็งที่อยู่ที่สมอง ที่เราพึ่งเช็คไปเมื่อสองเดือนก่อนนั้นมันโตขึ้นอย่างเร็วมาก เลยทำให้ไปเบียดเส้นเลือดบริเวณสมองซีกซ้ายที่เป็นส่วนบังคับซีกขวา อ๊อฟ เห็นในฟิล์มเอ็กซ์เรย์คือมันประมาณนี้ แต่คุณหมอบอกว่าน่าจะเกิดจากก้อนมะเร็งที่มันอยู่ตรงนี้ ทำให้บริเวณที่อยู่รอบๆ ที่เห็นในฟิล์มเอ็กซ์เรย์เป็นเหมือนเนื้อสมองที่มันไม่มีเลือดไปเลี้ยง  สำหรับคุณแม่ ตอนนี้ก็รับรู้ได้ประมาณ 40% พูดได้แบบ ใช่ ,เจ็บ,และ โอ๊ย อะไรแบบนี้ พูดแบบเป็นประโยคยาวๆไม่ได้ เพราะว่าเขาไม่สามารถคอนโทรลปากแล้วก็ระบบลิ้น ระบบพูดของเขาได้”

นี่คือเหตุที่ อ๊อฟ ตัดสินใจ ขอมาดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด “ ตอนนี้ก็นอกเหนือจากเวลางานที่ได้รับไว้แล้วทั้งหมด ก็จะทุ่มอยู่กับคุณแม่ ซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาล อ๊อฟอยู่กับเขาทุกวัน อ๊อฟไปเฝ้าเขาทุกวัน แล้วก็อ๊อฟไปนอนกับเขาบ่อยๆแล้วก็ถ้าเกิดว่าอ๊อฟไม่ได้ทำงานอ๊อฟก็จะอยู่ที่โรงพยาบาล ในส่วนของการรักษา ตอนนี้ที่คุยกับคุณหมอก็คือรักษาตามอาการ ปวดก็ให้มอร์ฟีน ซึ่งคุณแม่รับมอร์ฟีนทุกๆสามชั่วโมง พร้อมทั้งแปะแผ่นมอร์ฟีนเพื่อให้อาการปวดมันดีขึ้น แต่เขาก็จะปวดขึ้นมาเป็นระยะๆ ช่วงแรกๆคือแบบทำอะไรไม่ได้เลย หมายถึงตัวอ๊อฟเองนะครับ สภาพจิตใจมันทำงานไม่ได้แบบครบร้อยเปอร์เซ็นอย่างที่เราเคยทำ”

สิ่งที่ อ๊อฟ ได้พูดกับคุณแม่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา “อ๊อฟพูดกับแม่ว่า แม่จำวันที่อ๊อฟเดินไม่ได้ได้ไหม วันที่อ๊อฟเดินไม่ได้แม่นั้งรถเมล์มาเพื่อที่จะเฝ้าเรา ตั้งแต่เวลาเริ่มเยี่ยมจนเวลาเลิกเยี่ยมแม่ทำอยู่อย่างนั้นตลอด 2 เดือนกว่าๆ ที่เราป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แม่ดีใจไหมในการที่เห็นอ๊อฟเดินได้ก้าวแรก อ๊อฟก็เลยบอกว่าแม่รู้ไหม กับแค่แม่ขยับอะไรในร่างกายฝั่งขวา ที่แม่ทำไม่ได้มันขยับได้สักนิดนึง มันจะเป็นเหมือนกำลังใจให้กับอ๊อฟแล้วก็พวกเราด้วยนะ อ๊อฟก็พูดด้วยความที่เป็นอ๊อฟ บอกแม่ว่าอีกอย่างแม่ก็รู้ใช่ไหมว่า อ๊อฟ เป็นกระเทย เพราะฉะนั้นลูกกระเทยเขาก็ต้องอยู่ติดกับแม่อยู่แล้ว พี่น้องคนอื่นๆของอ๊อฟ ลูกแม่คนอื่นๆเขาก็มีครอบครัวไปหมดแล้ว แล้วถ้าแม่ชิงทิ้ง อ๊อฟ ไปก่อน แล้ว อ๊อฟ จะคุยกับใคร อ๊อฟ จะมานั้งเล่าเรื่องชีวิตตัวเองว่า ตัวเองเจออะไรมาบ้างกับใคร อ๊อฟ ว่ามันเหมือนเป็นกำลังใจให้กันครับ เวลามีอะไรเราก็พยายามคุยกับเขา เหมือนเขาอยู่บ้านเขาอยู่กับเราตลอด อ๊อฟก็สารภาพตรงๆเลยว่า ทุกวันนี้ยังส่งไลน์หาเขาอยู่เลย อ๊อฟ หวังว่าปาฏิหาริย์สักวันนึงเขาจะได้หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเห็นข้อความในทุกๆที่ส่งหาเขาครับ อ๊อฟ ไม่อยากจะพลาดแม้แต่วินาทีเดียว ที่เขาสามารถมีปฏิกริยากับร่างกายที่มันดีขึ้น อ๊อฟ แค่รู้สึกไม่ได้หวังหรือว่าไม่ได้ขอร้อง ให้มันเกิดปาฏิหาริย์ว่าแม่จะต้องกลับมาเหมือนเดิมเพราะว่าไม่ได้เป็นคนโลกสวยครับเราคุยอะไรกันเราจะพูดกันตรงๆเราก็บอกแม่มันไม่เหมือนเดิมไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยมันต้องรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าเกิดว่ามันไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ถ้าจะขออยากจะขอให้ก็คือมีความสุขที่สุดในเวลาที่มีอยู่ ถามว่าร้องไห้ไหม คือพยายามไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น เวลาที่เขาไม่เจ็บ ไม่ป่วย ไม่โอ๊ย เราจะรู้สึกโอเคมากแต่ในจังหวะที่เขาเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่โอ๊ยขึ้นมาเมื่อไหร่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือหันหน้าหนีแล้วก็กลืนน้ำตาลงไป  คืออ๊อฟ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาเป็น หรือว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ ทำให้เขาคิดว่าเป็นภาระให้เรา ซึ่งจริงๆแล้วไม้ใช่ภาระเลย แต่ว่าคนที่เขานอนอยู่อย่างนี้ เขาเห็นทุกๆคนมาเยี่ยมแล้วด้วยสีหน้าที่แบบ บางทีอาจจะเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เขาก็ต้องรู้สึกบ้าง สำหรับ อ๊อฟ ช่วงอาทิตย์แรกๆ มันเป็นช่วงที่หนักมากไม่ได้นอนเลยครับ เพราะว่าแม่เขาจะดึงสาย เอาทุกอย่างที่อยู่ตรงนี้ออกหมดเลย มีครั้งนึง อ๊อฟ ไปจับมือเขา แล้วบอกว่าแม่ทำอะไร แม่ก็จับมือ อ๊อฟ แล้วเขาก็ทำหน้ามองหน้าแล้วก็ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องไม่ต้องห้ามฉัน ในการที่ฉันจะดึงมันออก ป๋า ก็บอกทำแบบนี้ไม่ได้นะ แม่ทิ้งกันไปแบบนี้ไม่ได้ แล้วถ้าเกิดว่าแม่ดึงออก เขาก็ต้องเสียบไปใหม่อยู่ดี เพราะยังไง อ๊อฟ ก็ไม่ยอมให้แม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”

อ๊อฟ ขอบคุณกำลังใจจากทุกช่องทาง ที่ส่งเข้ามาถึงตัวเขาอย่างล้นหลาม “มันก็มีคนส่งมากำลังใจให้เยอะมาก ต้องขอบคุณมากๆจริงๆครับ บางคนส่งอินบล็อก เข้ามาในอินสตาแกรมว่า แนะนำให้ลองวิธีนี้ วิธีนั้นสิ อ๊อฟ ก็บอกขอบคุณมากๆเลย ที่พวกคุณแนะนำมา แต่ว่าวิธีต่างๆที่ทุกคนบอก เราก็ได้พยายามกันมาหมดแล้ว ยาที่มันแพงที่สุดอะไร ที่มันดีที่สุด เราก็หามาให้หมดแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่ได้ตอบสนองกับร่างกายทุกๆคน เพราะฉะนั้นเราก็ทำได้แค่รักษาตามอาการปวดก็ให้ยาครับ”

ท้ายที่สุด อ๊อฟ ฝากถึงแฟนๆ ที่ได้ซื้อบัตรคอนเสิร์ตไปแล้วบางส่วนว่า “ในส่วนของบัตรคอนเสิร์ต ที่ได้ซื้อไปแล้ว สามารถเก็บบัตรคอนเสิร์ตไว้ แล้วไปเปลี่ยนเป็นวันที่ THAITICKETMAJOR ได้นะครับ แต่สำหรับใครที่ไม่มีเวลาวันที่ 15-16 ก.พ. แล้วจะไม่ดูเราก็ยินดีครับสามารถไปคืนเงินได้ด้วย ก็หวังว่าทุกๆคนจะเข้าใจในจุดนี้ แล้วก็ไม่อยากใช้เวลานี้พูดว่าไปดูคอนเสิร์ตด้วยนะครับ”