เร่งล่าลูกจ้างชาวเมียนมาต้องสงสัยฆ่าโหด “เถ้าแก่ใหม่ชาวจีน” ในร้านสุกี้ชิงเงิน

703

ตำรวจ สน.วังทองหลาง เร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัยเป็นลูกจ้างชาวเมียนมาของร้านสุกี้ย่านทาวน์อินทาวน์ ที่ก่อเหตุฆ่าปาดคอ ชายสัญชาติจีนอายุ 51 ปี ซึ่งเป็นหุ้นส่วนคนใหม่ ที่เพิ่งเข้ามาดูแลร้านได้เพียงสัปดาห์เดียว ก่อนทิ้งศพไว้ในร้าน คาดต้องการชิงเงินสดกว่า 3 แสนบาทของผู้เสียชีวิต

ตำรวจ สน.วังทองหลาง เข้าตรวจสอบที่ร้านสุกี้แห่งหนึ่ง บริเวณถนนศรีวรา ย่านทาวน์อินทาวน์ หลังรับแจ้งจากเจ้าของร้านว่าพบศพนายเฉิน ยี่ ไห่ อายุ 51 ปี ชายสัญชาติจีน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนใหม่ของร้าน ถูกฆาตกรรมบริเวณห้องพักชั้น 3 สภาพศพถูกของมีคมฟันเป็นแผลขนาดใหญ่ ทั้งบริเวณลำคอ หน้าผากและศีรษะ กระดูกข้อเท้าขวาหัก และมือขวาถูกฟันจนเละนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น

เจ้าของร้านสุกี้ ให้การว่า นอกจากนายเฉินซึ่งเป็นหุ้นส่วนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาดูแลและพักอยู่ที่ร้านได้เพียงสัปดาห์เดียว ยังมีลูกจ้างชาวเมียนมาพักอยู่อีก 7 คน เป็นชาย 4 คน และหญิง 3 คน ช่วงเช้าวันนี้ลูกจ้างหญิงโทรศัพท์มาบอกว่ามีการตั้งวงดื่มสุรา แล้วมีเรื่องกันเธอจึงขอลาไปหาพี่แล้ว เขาจึงเข้าไปดูที่ร้านแต่กลับพบเพียงศพนายเฉิน ส่วนลูกจ้างหายตัวไปทั้งหมด

ครอบครัวผู้เสียชีวิตกังวลกรณีการติดตามตัวลูกจ้างทั้ง 7 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยรู้เห็นการฆาตกรรมแต่เจ้าของร้านคนเดิม กลับอ้างว่าไม่มีประวัติหรือเอกสารการทำงานของพวกเขาลูกชายของนายเฉิน เล่าว่าเขาเพิ่งไปส่งพ่อพักที่ร้าน

เกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 20 สิงหาคม เนื่องจากพ่อต้องการจะไปดูแล ก่อนจะเปิดร้านเดือนหน้า เขารู้เพียงว่ามีลูกจ้างเป็นชาวเมียนมาพักอยู่ด้วย และลูกจ้างมักจะตั้งวงดื่มสุรากัน กระทั่งเจ้าของร้านคนเดิมโทรศัพท์มาบอกว่าพบศพพ่อของเขา โดยที่ตัวยังมีเครื่องประดับ โทรศัพท์มือถือและเงินสดราว 1 หมื่นบาท ส่วนเงินสด 3 แสนบาทที่ให้ไปลงทุนทำร้านยังไม่พบ

ล่าสุดตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเจ้าของร้าน คนเดิม และครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยมีรายงานว่าชุดสืบสวนพบว่ากล้องวงจรปิดหน้าร้านเกิดเหตุ บันทึกภาพลูกจ้างชาวเมียนมาทั้ง 7 คน ขึ้นรถแท็กซี่ออกจากร้านไปเมื่อราวตี 3 ก่อนจะพบศพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมาสอบปากคำ

ขณะที่การลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เราพบว่าข้างร้านสุกี้แห่งนี้เป็นอาคารร้างทั้ง 2 ฝั่ง ด้านหลังเป็นสำนักงานซึ่งปิดในช่วงเย็น ส่วนด้านหน้าเป็นอาคารก่อสร้าง ขณะเกิดเหตุนอกจากนายเฉินและลูกจ้างชาวเมียนมาทั้ง 7 คน จึงอาจไม่มีใครรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ธัญญารัตน์    ถาม่อย

รายงาน