เจาะเกาะติด-ผบ.ตร.แฉมือบึ้มป่วนกรุง ทำเป็นขบวนการปมเหตุโยงการเมือง

421

วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยระบุว่าปมเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองและกลุ่มผู้ก่อเหตุก็เป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ต้องหา 2 คนที่จับได้ มีประวัติเคยก่อเหตุโจมตีฐานนาวิกโยธินเมื่อปี 2556

1 สิงหาคม ตำรวจรับแจ้งพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรืออีโอดีเข้าตรวจสอบ พบเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องแบบหน่วงเวลาซึ่งสามารถเก็บกู้ได้สำเร็จ ก่อนที่ระเบิดจะทำงาน โดยพบว่าระเบิดถูกตั้งเวลาให้ทำงานเช้าวันรุ่งขึ้น

จากนั้น 2 สิงหาคม เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านค้า 4 จุด ย่านประตูน้ำ และอีก 2 จุดที่ร้านขายของในห้างย่านสยาม ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ตั้งแต่ 04.00 นาฬิกา จนถึง 05.00 นาฬิกา ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่านี่ไม่ใช่เหตุเพลิงไหม้ปกติ  แต่เป็นการก่อเหตุวางระเบิดเพลิงแบบแสวงเครื่อง คนร้ายใช้วิธีนำไอซีไทม์เมอร์หรือแผงวงจรตั้งเวลาระเบิดใส่ในแบตเตอรี่สำรองนำไปซุกซ่อนแต่ละจุดและตั้งเวลาให้ทำงาน

วันเดียวกันเกิดเหตุระเบิดหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร 5 จุดหลักคือหน้าอาคารคิงเพาเวอร์มหานคร ใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กองบัญชาการกองทัพไทยและสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตรวจที่เกิดเหตุแต่ละจุดพบว่าคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุทุกจุด

แนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเชื่อมโยงกันและเป็นฝีมือของกลุ่มเดียวกัน จึงแกะรอยจากกล้องวงจรปิดจนสามารถจับชาย 2 คนที่เป็นมือวางระเบิดได้ขณะหลบหนีผ่านเส้นทางจังหวัดชุมพร ทั้ง 2 คนยอมรับว่าก่อเหตุจริงและให้การเป็นประโยชน์ โดยมีการวางแผนทำงานเป็นขบวนการและวางแผนอำพรางตัว สังเกตได้จากหลักฐานกล้องวงจรปิดแต่ละจุดที่บันทึกภาพคนร้ายจะเห็นว่าทั้งหมดแต่งกายลักษณะเดียวแบ่งพื้นที่ก่อเหตุจุดละ 2 คน

สอบสวนขยายผลตำรวจพบว่าผู้ต้องหา 2 คน มาสังเกตการณ์ก่อนก่อเหตุ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม โดยเช่าห้องพักย่านรามคำแหง ซึ่งทั้ง 2 คน ไม่มีการปิดบังใบหน้าและสื่อสารกันด้วยภาษาไทย แต่หลังจากวันที่ 20 กรกฎาคม ก็ไม่มีใครเห็นทั้ง 2 คนอีกเลย ซึ่งจากการตรวจห้องเช่าของผู้ต้องหา พบว่าไม่มีร่องรอยการอยู่อาศัยแต่มีหลักฐานหลายอย่างที่มีความเชื่อมโยงทางคดีเช่น ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ กล่องพัสดุที่มีการตัดชื่อผู้รับ-ผู้ส่งออก รวมถึงอุปกรณ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาใช้ห้องพักแห่งนี้เป็นสถานที่ประกอบระเบิด

พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เชื่อว่าประเด็นการก่อเหตุมาจากเรื่องการเมือง โดยวิเคราะห์จากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา เหตุระเบิดส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักมีชนวนเหตุมาจากเรื่องของการเมือง บางส่วนเป็นฝีมือของกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุมาแล้วหลายพื้นที่

จนถึงขณะนี้ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้ 2 คนโดยให้ตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้ควบคุมเพราะทั้งคู่มีประวัติคดีในฐานข้อมูลว่าเคยเข้าโจมตีฐานนาวิกโยธินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์  ปี 2556 ส่วนครั้งนี้เชื่อว่ายังมีผู้ร่วมก่อเหตุอีกจำนวนมาก บางส่วนตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำแล้วให้การเป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันก็มีบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว คดีนี้ตำรวจไม่ได้สืบสวนโดยใช้เพียงหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์แต่ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่ใช้ประกอบกัน ยืนยันว่ามีข้อมูลทั้งหมดแล้ว เชื่อว่าจะสามารถคลี่คลายคดีได้

 ไพจิตร  ภานนท์

 รายงาน