แม่ค้าลูกชิ้นสุดช้ำ สามีถูกรางวัลที่หนึ่ง 12 ล้าน หนีไปแต่งงานใหม่

200

แม่ค้าลูกชิ้นสุดช้ำ สามีที่อยู่กินกันมานาน 10 ปี พอดวงดีถูกรางวัลที่1 งวดล่าสุด รับเงิน 12 ล้านบาท กลับหนีไปแต่งงานใหม่ทิ้งเงินให้แค่ 1 หมื่นบาท

นางสาวชญาภา แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นทอดได้เดินทางเข้าพบกับนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอคำปรึกษากรณีที่สามีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ รับเงินรางวัล 12 ล้านบาท งวดวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากนั้นสามีได้ไปแต่งงานใหม่กับหญิงอื่น เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และไม่ได้กลับมาดูแลหรือให้เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัล จึงต้องการที่จะเรียกร้องสิทธิค่าดูแลและค่าเลี้ยงดูจากสามี

นางสาวชญาภาเปิดเผยว่า สามีอายุ 43 ปี มีอาชีพส่งน้ำแข็งอยู่กินกันมา 10 ปีแล้ว โดยเช่าห้องอยู่ด้วยกันย่านสมุทรปราการ จะให้เงินใช้ทุก 3 วัน แต่ต่อมาเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม สามีแยกไปเช่าห้องพักในซอยเดียวกัน เนื่องจากตนมีแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์มาอยู่ด้วย แต่ตนและสามียังไปมาหาสู่และมีความสัมพันธ์กันเหมือนเดิม

ต่อมาสามีซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นเงิน 12 ล้านบาท ซึ่งเย็นวันที่ 15 กรกฎาคม  สามีได้นำสลากมาให้ดูและบอกว่า ถ้าไปขึ้นเงินรางวัลแล้วจะนำมาแบ่งให้ แต่หลังจากนั้นก็ติดต่อสามีไม่ได้อีกเลย ต่อมาวันที่ 21 กรกฎาคม สามีนำเงินมาฝากไว้ให้ 10,000 บาท ซึ่งได้นำไปใช้หนี้นอกระบบที่สามีกู้มา 6,000 บาท  แต่วันต่อมาสามีก็ขนของออกจากห้องไปหมดโดยที่ไม่บอกอะไร กระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม สามีได้โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กบอกว่าแต่งงานแล้ว เมื่อไปตรวจสอบก็พบว่าสามีได้แต่งงานจริงๆ กับผู้หญิงคนอื่น จนถึงวันนี้ก็ยังติดต่อสามีไม่ได้  จึงนำเรื่องมาปรึกษาทนายรณรงค์ว่าจะสามารถเรียกร้องสิทธิอะไรได้บ้างในฐานะที่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งในใจคิดอยากได้เงินแค่ 2 แสนบาท ก็จบเรื่องกัน

ทนายรณรงค์กล่าวว่า ในทางกฏหมายต้องดูว่า ทั้งคู่ได้จดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีการอยู่กินแบบสามีภรรยาหรือไม่ เพราะเวลาที่ได้ทรัพย์สินมาถือว่ามีสิทธิร่วมกัน กรณีนี้จึงอยากให้มีการเจรจากัน ต้องรอให้ฝ่ายชายมาคุยกัน ส่วนเรื่องฟ้องร้องเป็นมาตรการสุดท้าย และต้องดูว่าเงินที่ซื้อสลากเป็นเงินที่ใช้ร่วมกันหรือไม่ ถ้าใช่ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง