ย้อนรอยอุบัติเหตุสลด “แพรวา 9 ศพ” 9 ปี ที่ไร้การเยียวยา

485

อุบัติเหตุสลดที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2553 หรือเกือบ 9 ปีที่แล้ว มีเยาวชนหญิงอายุ 17 ปี ในขณะนั้นขับรถเก๋งเฉี่ยวชนรถตู้โดยสารเส้นทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต–อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า ด้านหน้าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน คดีนี้ศาลฎีกาได้พิพากษาแล้วทั้งทางแพ่งและอาญา แต่จนถึงขณะนี้ทั้งผู้รอดชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุในครั้งนั้นกลับยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือการติดต่อจากผู้ก่อเหตุ

กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอีกครั้ง เมื่อนายวรัญญู เกตุชู ผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อเกือบ 9 ปีที่แล้ว ได้เปิดเผยความรู้สึกผ่านทวิตเตอร์ บอกว่าคดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกาแล้วทั้งทางอาญาและแพ่ง เหลือเพียงแค่จำเลยยอมมาชำระค่าเสียหายตามที่ศาลพิพากษา เขายังได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตอนนั้นเป็นช่วงสอบมิดเทอมปี 3 อ่านหนังสือจนดึกเพื่อเตรียมตัวสอบในวันรุ่งขึ้นแต่หลังจากนั่งรถตู้คันดังกล่าวก็ไม่ได้กลับมาสอบอีกเลย

เขามารู้สึกตัวอีกทีเพราะได้ยินเสียงกรีดร้องตอนที่อยู่บนโทลล์เวย์ ก่อนจะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพราะบาดเจ็บสาหัส หลังผ่าตัดเขาขยับตัวไม่ได้ต้องนอนนิ่งๆ เป็นเวลา 2 เดือน ต่อมาเขาได้เจอกับนางสาวแพรวา ซึ่งนั่งรถเข็นเข้ามาหาพร้อมกับแม่ซึ่งแม่ของเธอบอกให้กล่าวขอโทษเขาและนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน เขาใช้เวลาหัดเดินจนกลับมาเป็นปกตินาน 1 ปี ตลอดระยะเวลาหลังเกิดเรื่องได้เดินทางไปศาลเพื่อรับฟังการพิจารณาและเจรจาไกล่เกลี่ย แต่อีกฝ่ายกลับประวิงเวลาและไม่ยอมมาเจรจาด้วย

กระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้ชำระค่าเสียหายแต่คู่กรณีกลับไม่เดินทางมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะผ่านมานานแล้วแต่เขาก็รู้สึกขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามา

ด้านนางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 71 ปี แม่ของ ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือ ดร.เป็ด นักวิทยาศาสตร์ประจำ สวทช. ที่เพิ่งจบการศึกษาปริญญาเอกจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้น บอกว่าทุกวันนี้ยังต้องขายพวงมาลัยเลี้ยงตัวเองอยู่ที่จังหวัดราชบุรี และตั้งแต่เกิดเหตุคู่กรณีมาร่วมงานศพลูกชายเพียงแค่วันเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย ส่วนเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหายจากคู่กรณีนั้น แม่ของ ดร.เป็ด บอกว่าได้พูดคุยกับกลุ่มผู้เสียหายและทนายความอยู่ตลอดเวลา

ขณะที่ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายความในการต่อสู้คดี เนื่องจากมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยหลายคนเป็นผู้เสียหาย เตรียมให้ทีมทนายความไปบังคับคดีให้จำเลยเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษา โดยตามขั้นตอนของกฎหมาย ทีมทนายจะขอให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์สินของนางสาวแพรวา มาขายทอดตลาดและนำเงินที่ได้มาเยียวยาให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบทราบทรัพย์สิน ซึ่งขั้นตอนนี้อาจต้องใช้เวลา หากทรัพย์สินของจำเลยไม่ได้มีการโอนย้ายก็คงใช้เวลาไม่นานแต่หากถูกถ่ายโอนให้บุคคลอื่น ก็ต้องตามพิสูจน์ว่าเป็นการโอนทรัพย์สินโดยสุจริตหรือไม่