ปมมรดกร้อยล้าน จับรอง สวป.บ้านโป่ง-เมียเสี่ยร้านทอง จ้างวานฆ่าสามีเก่าปางตาย

231

ตำรวจกองปราบฯ บุกรวบตัวรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.บ้านโป่ง และภรรยาเก่าของเสี่ยเจ้าของร้านทองชื่อดังในจังหวัดราชบุรี ร่วมกันจ้างวานกลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายเสี่ยร้านทองอาการปางตาย ปมมรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทของผู้เสียหาย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเข้าร้องเรียนหน่วยงานในพื้นที่แล้วแต่คดีไม่คืบหน้า

ย้อนกลับไปวันที่ 21 สิงหาคมปีที่แล้ว มีชายฉกรรจ์ 4 คน ดักรุมทำร้ายนายโกมลรัตน์ น้องชายเจ้าของร้านทองชื่อดังในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขณะลงจากรถยนต์ของพี่ชาย โดยก่อนหน้านี้เขาก็เคยถูกดักทำร้ายขณะนำรถของพี่ชายไปใช้

ครอบครัวของผู้เสียหายพยายามหาหลักฐาน จนเชื่อว่าเป้าหมายของคนร้าย คือ นายอนุพันธ์ ทวีสิทธิศักดิ์ เสี่ยเจ้าของร้านทอง และวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา นายอนุพันธ์ก็ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ใช้ปืนจี้และรุมทำร้ายหน้าห้างสรรพสินค้ากลางเมืองราชบุรี จนบาดเจ็บปางตาย

ต่อมาตำรวจ สภ.บ้านโป่ง จับผู้ก่อเหตุได้ 4 คน ในชั้นสืบสวนทั้งหมดสารภาพว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุตั้งแต่ครั้งแรก และซัดทอดไปถึงผู้บงการเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ที่เคยเป็นเพื่อนสนิทกับนายอนุพันธ์ และต่อมาได้ใกล้ชิดกับภรรยาเก่าของเขา ซึ่งฟ้องหย่ากันเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และมีปัญหากันเรื่องมรดกมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่เมื่อคดีถึงขั้นตอนของพนักงานสอบสวนกลับไม่คืบหน้า ผู้เสียหายจึงนำหลักฐานมาเปิดเผยกับเราและร้องขอให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามคลี่คลายคดี

ล่าสุดตำรวจกองบังคับการปราบปราม นำกำลังเข้าจับตัว ร้อยตำรวจเอกภาคภูมิ ทองแจ้ง หรือหยอง อายุ 48 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.บ้านโป่ง และนางสาวเพชรรัตน์ ตั้งสิริเมธาพร อายุ 48 ปี ภรรยาเก่าของเสี่ยเจ้าของร้านทอง ในฐานะผู้จ้างวานแต่ทั้งคู่ยังคงให้การปฏิเสธ

เสี่ยเจ้าของร้านทอง ซึ่งเดินทางมาติดตามคดีระบุว่าก่อนหน้านี้พยายามร้องทุกข์ไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายทางแล้ว แต่ทั้งรองสารวัตรและภรรยาเก่าก็ยังคงอยู่ในพื้นที่ จึงรู้สึกกังวลมาโดยตลอด

ตำรวจแจ้งข้อหาร้อยตำรวจเอกภาคภูมิ และนางสาวเพชรรัตน์ ร่วมกันจ้างวานหรือยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำผิด ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดา พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นข้าราชการในพื้นที่เกรงจะไปยุ่งเหยิงกับพยาน

                                                                                                      ธัญญารัตน์ ถาม่อย

                                                                                                            รายงาน