รวบเจ้าของสวนกล้วย ยิงหนุ่มขโมยใบกระท่อมดับคาสะพาน อ้างแค่ยิงขู่

713

ตำรวจคุมตัวเจ้าของสวนกล้วย อายุ 59 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังก่อเหตุยิงหนุ่มโรงงานซึ่งลอบเข้ามาขโมยใบกระท่อมจนเสียชีวิต ขณะที่ผู้ก่อเหตุอ้างตั้งใจแค่ยิงขู่พร้อมยอมรับปลูกต้นกระท่อมไว้เพื่อใช้กินเอง หลังเสพติดมานานกว่า 30 ปี

นายศิริวุฒิ  แก่นเพชร อายุ 24 ปีถูกพบเป็นศพ โดยถูกยิงเข้าที่ชายโครงซ้าย หลังชายโครงขวาและไหล่ขวา รวม 5 นัด และยังพบบาดแผลถลอกที่บริเวณโหนกแก้มและข้อศอกทั้งสองข้าง สภาพนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่บนสะพานทางเข้าสวนของชาวบ้าน ในอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี

จากการตรวจค้นภายในตัวของผู้เสียชีวิต พบยาบ้า 9 เม็ด พร้อมกระสุนปืนขนาด .38 ซุปเปอร์ 2 นัด ส่วนที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดอยู่ในพงหญ้าริมถนนฝั่งตรงข้าม และพบมีดพับตกอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง บอกว่าไม่คุ้นหน้าผู้เสียชีวิตจึงไม่น่าจะใช่คนในพื้นที่ โดยช่วงกลางดึกได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดแต่ไม่กล้าออกมาดู

ด้านยายของผู้เสียชีวิต บอกว่านายศิริวุฒิทำงานเป็นพนักงานบริษัทขายเครื่องกรองน้ำและพักอยู่ที่บ้านย่านลำลูกกา ช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ นายศิริวุฒิไปรดน้ำศพคนในหมู่บ้าน ก่อนจะหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

หลังเกิดเหตุตำรวจเชิญตัวชายต้องสงสัยคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของสวนกล้วยและพักอยู่ที่บ้านใกล้จุดเกิดเหตุไปสอบปากคำ หลังพบว่าเขามีปืนขนาด .38 และปืนยาวอย่างละหนึ่งกระบอกไว้ในครอบครอง กระทั่งชายคนดังกล่าวคือ นายคล้อย จันสด อายุ 59 ปี ยอมรับว่าเป็นมือยิง ก่อนถูกตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

นายคล้อย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุ เขานั่งดื่มสุรากับหลานก่อนจะแยกย้ายกัน จังหวะที่กำลังจะเข้านอนได้ยินเสียงหมาเห่าจึงออกมาดู เห็นชายคนหนึ่งอยู่บนต้นกระท่อมจึงคว้าปืนแล้วไล่ตามมาจนถึงจุดเกิดเหตุจากนั้นใช้ปืนยิงไปประมาณ 4-5 นัด แล้วเดินกลับบ้านเขาอ้างว่าแค่ต้องการยิงขู่เพราะที่ผ่านมามีคนเข้ามาขโมยใบกระท่อมบ่อยครั้ง ไม่คิดว่าจะยิงไปโดนชายคนดังกล่าวจนถึงแก่ชีวิต

ผู้ต้องหายอมรับอีกว่าปลูกต้นกระท่อมไว้บริเวณบ้าน เพื่อใช้กินเองและเสพติดมานานกว่า 30 ปีแล้ว ขณะที่จากการตรวจสอบบริเวณบ้านพบต้นกระท่อม 2 ต้น ตำรวจได้ตัดทิ้งเพื่อยึดไว้เป็นของกลางแล้ว

เบื้องต้นแจ้งข้อหา นายคล้อย มีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองมีและใช้อาวุธปืนและฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา นำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

 สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

 รายงาน