เร่งล่าคนร้ายขืนใจเด็กหญิง 6 ขวบในโรงเรียน จ.นครปฐม แฉประวัติเข้า-ออกคุกคดีอนาจารเด็ก

483

ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม เร่งติดตามตัวชายอายุ 48 ปี  ที่เข้าไปล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ถึงใน โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม หลังแม่ของเด็กหญิงตัดสินใจเข้าร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เนื่องจากคดีความไม่คืบหน้า ล่าสุดตรวจสอบประวัติคนร้าย พบเพิ่งพ้นโทษและก่อคดีลักษณะเดียวกันนี้มาอย่างโชกโชน

กล้องวงจรปิดของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม บันทึกภาพชายลักษณะศีรษะล้าน สวมเสื้อลายสก๊อตช์สีแดง-กางเกงขาสั้น ขณะเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องเรียนชั้นอนุบาล เป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจใช้ติดตามตัวคนร้าย ที่เข้าไปข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ในห้องเรียน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

แม่ของเด็กหญิงเล่าว่าเย็นวันเกิดเหตุ ลูกสาวบอกว่าถูกชายคนหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศในห้องเรียน ขณะครูและเพื่อนไปเข้าแถวเคารพธงชาติ คนร้ายจูงมือไปและยื่นเงินให้ 20 บาทแต่เด็กหญิงไม่รับ จากนั้นจึงถูกบังคับขืนใจ แต่เมื่อไปบอกครูประจำชั้นครูกลับไม่เชื่อ จากนั้นเธอก็พบว่าอวัยวะเพศ ของลูกสาวมีอาการบวมแดง และมีคราบสีขาวติดอยู่ จึงรีบเข้าแจ้งความและเมื่อพาไปตรวจร่างกาย ก็พบว่าเด็กหญิงถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง

ต่อมาตำรวจเข้าไปตรวจสอบที่โรงเรียน พบภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกรูปพรรณของคนร้ายตรงกับที่เด็กยืนยัน หนำซ้ำคนร้ายยังพยายามจะจูงมือเด็กหญิงอีกคนเข้าไปในห้องน้ำแต่เปิดประตูไม่ได้ จึงเดินไปจูงมือเด็กหญิงอายุ 6 ขวบเข้าไปก่อเหตุในห้องเรียน และเมื่อสอบปากคำครูประจำชั้น ก็ยอมรับว่าเช้าวันเกิดเหตุเด็กหญิงมาบอกจริง ซึ่งตัวเองก็ได้วิ่งติดตามไปทัน แต่ชายคนดังกล่าวยืนยันว่าแค่หยอกล้อ

แม่ของเด็กหญิงจึงตัดสินใจเข้าร้องเรียน เพราะทางโรงเรียนยังพยายาม จะให้เด็กหญิงลาออกเนื่องจากเกรงว่าจะเสียชื่อเสียง ล่าสุดผู้กำกับการ สภ.เมืองนครปฐม ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุตำรวจไปติดตามตัวนายสนอง ที่บ้านพักในอำเภอนครชัยศรี แต่ไม่พบ เนื่องจากคนร้ายอาศัยไม่เป็นหลักแหล่ง ตรวจสอบยังพบว่าคนร้ายมีประวัติติดยาเสพติด เคยก่อคดีลักทรัพย์ คดีในลักษณะพรากเด็กและอนาจารเด็กมาแล้วหลายครั้ง ครั้งแรกถูกจำคุกเมื่อปี 2551

จากนั้นพ้นโทษออกมาก่อคดีลักษณะเดียวกันอีกในปี 2555 และปี 2561 ล่าสุดพ้นโทษและมาก่อเหตุที่โรงเรียนแห่งนี้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากระทำอนาจารเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีโดยใช้กำลังประทุษร้าย

ทีมข่าวตรวจสอบกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรม – การการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระบุว่าขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทั้งผู้บริหารและครูประจำชั้นอนุบาล 3 ซึ่งมีเด็กในความดูแลทั้งหมด 7 คน รวมเด็กหญิงผู้เสียหาย หากพบว่ามีความผิดฐานปล่อยปละละเลยจะต้องลงโทษทางวินัย

ส่วนเรื่องสถานที่พบว่าโรงเรียนที่เกิดเหตุตั้งอยู่ในวัด และไม่มีรั้วรอบขอบชิด ทำให้บุคคลภายนอกเข้าออกได้ง่าย  ยอมรับเคยเกิดเหตุในโรงเรียนลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้ง และเป็นประเด็นที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่ระหว่างเร่งหาแนวทางแก้ไข

ธัญญารัตน์   ถาม่อย

รายงาน