เปิดใจ “หมอมน” สัตวแพทย์หญิงช่วยชีวิตเด็กแรกคลอดกลางซอย รอดหวุดหวิด

269

เปิดใจ “หมอมน” หรือ สัตวแพทย์หญิง วารีย์ ลิ้มรุ่งสุโข ที่ช่วยชีวิตทารกแรกเกิด ซึ่งแม่คลอดฉุกเฉิน ที่บริเวณริมถนน เนื่องจากเรียกรถแท็กซี่แล้วไม่รับ ในขณะที่เด็กน้อยเนื้อตัวเขียวคล้ำไม่หายใจแล้ว จนกลับมามีลมหายใจ และร้องไห้ลั่น

ภาพเหตุการณ์ จากเฟซบุ๊กหนึ่ง โพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะสัตว์แพทย์หญิงคนหนึ่ง เข้าไปช่วยเหลือหญิงคนหนึ่งที่คลอดลูกฉุกเฉินซึ่งนอนอยู่ริมถนน แต่เนื่องจากเด็กแน่นิ่งไปผิดปกติ อีกทั้งร่างกายยังมีสีซีด คุณหมอจึงรีบอุ้มเด็กกลับไปที่คลินิก และช่วยเหลือด้วยการใช้ที่ดูดของเหลวออกจากปากและจมูก เพื่อให้เด็กหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปในปอด

หลังจากที่หนูน้อยเริ่มหายใจคุณหมอได้เรียกผู้ช่วยให้ยกถังออกซิเจนมาช่วยสนับสนุนอีกที ท่ามกลางความลุ้นระทึกของผู้คนที่อยู่รอบข้าง ที่ช่วยกันส่งเสียงเชียร์ให้ทารกคนดังกล่าวร้องส่งเสียงร้องไห้ออกมา

หลังจากที่เด็กทารกส่งเสียงร้องออกมา ทำให้ผู้คนที่ช่วยลุ้นและเป็นกำลังใจให้ทั้งคลินิก ต่างพากันดีใจจนน้ำตาคลอเบ้าไปตามๆ กัน และแสดงความขอบคุณสัตวแพทย์สาวที่ช่วยเหลือ

หลังคลิปดังกล่าวถูกโพสต์ได้มีผู้เข้ามาขอแชร์กันออกไปเป็นจำนวนมาก และทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ชื่นชมหมอมน เจ้าของคลินิก หมอมนรักสัตว์ และ เพจเฟซบุ๊ก เพื่อนซี้สี่ขา ประสาหมอมน ที่ตั้งใจแน่วแน่ ช่วยเหลือเด็กน้อย ถึงแม้จะเป็นแพทย์คนละศาสตร์กันก็ตาม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 62 ทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่​ คลินิกหมอมนรักษาสัตว์​ ปากซอยฉิมพลี​ 6/1​ แขวงและเขตตลิ่งชัน​ กรุงเทพ​ฯ​ เพื่อสอบถามพูดคุย โดยคุณหมอเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.​ วันที่​ 19​ พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่กำลังรักษาสัตว์ให้กับลูกค้าในคลินิก จู่ ๆ มีคนที่อาศัยอยู่ภายในซอยข้างร้านวิ่งมาบอกว่ามีหญิงตั้งครรภ์คลอดลูกอยู่ในซอย​ แต่เด็กไม่ร้อง​จึงรีบไปช่วย เพราะหากไม่ไปเด็กอาจเสียชีวิต​ เมื่อไปถึงก็พบว่าเด็กคลอดออกมาแล้ว แต่ตัวม่วง และไม่มีเสียงร้อง ตรวจสอบ​พบว่าเด็กไม่หายใจและหัวใจหยุดเต้น​ จึงรีบใช้นิ้วกดหน้าอกเพื่อเป็นการปั้มหัวใจ​ ก่อนรีบพาไปที่คลินิก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีเครื่องมือและมืดมาก​

เมื่อมาถึงคลินิกใช้สลิงดูดน้ำมูก ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ดูดน้ำคร่ำ และเขย่าตัวเพื่อให้น้ำคร่ำที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เด็กไม่หายใจออกมา พร้อมใช้นิ้วกดหน้าอกเพื่อเป็นการปั้มหัวใจอย่างต่อเนื่อง ขณะนั้นรู้สึกว่าเด็กหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง​ จึงตัดสินใจทำซ้ำต่อไปเรื่อยๆ​ กระทั่งเด็กหายใจเองได้ และร้องออกมา​ ท่ามกลางเสียโห่ร้องดีใจของผู้คนในคลินิกที่ช่วยกันลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

เธอบอกอีกว่า คิดเพียงอย่างเดียวว่าเด็กมีโอกาสเกิดมาแล้วควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป​ เพราะถ้าไม่ช่วยอาจจะเสียใจภายหลัง​ได้​ สำหรับการช่วยชีวิตทารกเธอใช้ความรู้จากการทำคลอด​น้องหมาและน้องแมว​ เนื่องจากการคลอดของสัตว์ เมื่อคลอดออกมาในช่วงแรกจะตัวสีม่วงเช่นกัน​

ตั้งแต่เรียนจบสัตวแพทย์​ และเป็นหมอรักษาสัตว์มา​ 10​ ปี​ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ช่วยเหลือชีวิตคน​ ขณะนี้ทราบว่า​ทั้งแม่และลูกปลอดภัย ก็ยิ่งรู้สึกดีใจ และไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปตอนช่วยชีวิตออกไปเผยแพร่จนกลายเป็นกระแสสังคมขนาดนี้ พร้อมขอขอบคุณทุกคำชื่นชม ที่จะเป็นกำลังใจให้เธอทำหน้าที่หมอที่ดีต่อไป