หญิงท้อง-น้ำคร่ำแตก รอคิวนานจนลูกตาย จี้หาผู้รับผิดชอบ

837

หญิงท้อง-น้ำคร่ำแตกถูกปล่อยให้นอนรอหมอนานกว่า 5 ชั่วโมง สุดท้ายทารกเสียชีวิตจี้หาผู้รับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาออกหนังสือชี้แจง อยู่ระหว่างตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว

สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความที่เตือนเป็นอุทาหรณ์กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนระบุว่า พี่สะใภ้ของผู้โพสต์ได้ฝากท้องกับหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครราชสีมา จนวันที่ 10 พฤษภาคมได้ไปตรวจครรภ์ก็พบว่าเด็กปกติ

กระทั่งเวลา 06.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พี่สะใภ้น้ำคร่ำแตกจึงรีบนำส่งโรงพยาบาล เวลา 08.00 น. พยาบาลหน้าห้องคลอดบอกให้รอที่ห้องรอคลอด มีพยาบาลมาวัดคลื่นหัวใจเด็กในท้องเป็นระยะ จนช่วงเที่ยงครึ่งพยาบาลแจ้งว่าเด็กหัวใจเต้นช้าลงเรื่อยๆ จึงรีบนำตัวเข้าห้องผ่าคลอดสุดท้ายผ่าเด็กออกมาพบว่าสายสะดือหลุด เด็กไม่หายใจตั้งแต่ออกมาจากท้อง แพทย์กุมารเวชรับเด็กไปดูต่อพยายามช่วยทุกวิถีทาง แต่ไม่ตอบสนองจนหัวใจหยุดเต้นไปเอง เมื่อเวลา 11.45 น.วันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเรื่องพยายามสอบถามหมอกลับได้รับคำอธิบายว่าที่น้ำคร่ำแตกก่อนเวลา ไม่รู้ว่าคนไข้ไปทำอะไรมา หรือนอนท่าไหนถึงเป็นแบบนี้ โรงพยาบาลรัฐต้องทำใจ ต้องรอคิว ก่อนทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องโทรมาอีก” ผู้โพสต์จึงตั้งคำถามว่า นี่หรือคือคำพูดของหมอ ไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวตัวเอง

ผู้สื่อข่าวของเราเดินทางไปที่วัดต่างตา ตำบลหนองจะบก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พบญาติๆ กำลังจัดเตรียมงานศพให้กับทารกที่เสียชีวิต ทุกคนยังเศร้าเสียใจที่สูญเสียสมาชิกใหม่ของครอบครัวไป มีการวางขวดนมและน้ำไว้ใกล้กรอบรูปหน้าโลงศพ

โดยช่วงบ่ายนางสุวิมล ชื่นโคกกรวด อายุ 29 ปี แม่ของเด็กได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วและเดินทางไปที่วัด พร้อมกับนายสุรเดช ชีวกุลเดชผล อายุ 28 ปี พ่อของเด็กนั่งดูโลงศพที่ใส่ร่างอันไร้วิญาณของลูกชายและขวดนมด้วยน้ำตา

นางสุวิมลเปิดเผยว่า ลูกชายของตนชื่อว่าน้องกัปตัน ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม  โดยสาเหตุที่แพทย์ระบุไว้ คือ ภาวะขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด ซึ่งมีข้อติดใจตรงที่ในช่วงที่ที่รอคลอดนั้น น้ำคร่ำได้แตกนานกว่า 5 ชั่วโมง รู้สึกเจ็บท้องอย่างหนัก แต่มีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาบอกว่า ยังมีคิวคลอดอีก 2 คิว ขอให้รอก่อน กระทั่งพยาบาลเห็นว่าไม่ไหวจึงรีบนำตัวไปผ่าคลอดกรณีฉุกเฉิน หลังจากนั้นหัวใจลูกชายก็เต้นช้าลงและเสียชีวิตในที่สุด โดยแพทย์บอกว่า รกของเด็กได้พันตัวเด็กและหลุดออกมาจึงขาดออกซิเจน  ซึ่งเมื่อลูกชายเสียชีวิตแล้ว ใครจะมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ย่าของทารกที่เสียชีวิตกล่าวว่า เมื่อรู้ว่าหลานชายคนแรกของบ้านเสียชีวิต เธอและครอบครัวเสียใจมากอยากสอบถามว่า ทำไมจึงให้คนเจ็บท้องรอนานจนน้ำคร่ำแตก ทำไมไม่รีบทำคลอดให้อย่างเร่งด่วน และอยากให้โรงพยาบาลชี้แจงเรื่องราวทั้งหมด

ล่าสุด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้ออกหนังสือชี้แจง กรณีผู้ป่วยมาคลอดและบุตรเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทราบเรื่องแล้วและขณะนี้ทางโรงพยาบาลอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง  และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรายงานการปฏิบัติงานตามขั้นตอนหลังจากได้รับทราบผลการรายงานแล้วจะประสานผู้ป่วยและครอบครัวให้รับทราบข้อมูลต่อไป

ขอบคุณภาพจาก FB โดย Prnungning Supassorn