จุดจบโจรลัก จยย.-มือถือ เพราะรับสายไม่เป็น ถูกพลเมืองดี-กระเป๋ารถเมล์จับส่งตำรวจ

594

คนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือหนุ่มที่เมาหลับ แล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปเจอด่านตรวจ จึงหนีขึ้นรถเมล์แต่โทรศัพท์มือถือดันดังแล้วเขารับสายไม่เป็น ถูกพลเมืองดีพบพิรุธแจ้งกระเป๋ารถเมล์จับส่งตำรวจ

สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเมล์ในมือถือโทรศัพท์มือถือ iPhone8 Plus พร้อมระบุข้อความว่า “เช้าวันนี้นั่งรถเมล์สาย 180 เห็นผู้ชายคนหนึ่ง แต่งตัวใส่กางเกงเก่าๆ ในมือถือโทรศัพท์ iPhone8 Plus ในใจคิดว่าใช้รุ่นนี้เลยหรือ อีกทั้งมีสายเข้าเกือบ 10 สาย แต่ชายคนดังกล่าวก็ตัดสายทิ้ง และเมื่อมองดูก็พบว่า ไม่น่าจะมีพาสเวิร์ดเข้าเครื่อง ก็เลยแอบถ่ายรูปไว้เพื่อจะบอกกระเป๋ารถเมล์

ขณะที่มีผู้โดยสารอีกคนที่นั่งอยู่ด้านหลังชายคนดังกล่าวก็คงสงสัยเช่นกัน จึงแอบดูเบอร์โทรเข้าแล้วโทรหา ปรากฏว่าเป็นเจ้าของเครื่องตัวจริงพร้อมบอกว่า โทรศัพท์หายพร้อมรถจักรยานยนต์ จึงบอกกระเป๋ารถเมล์ให้ทราบ ก่อนที่จะบอกคนขับให้จอดและเรียกตำรวจบริเวณนั้นจับกุม โดยพบว่าคนร้ายเพิ่งขโมยรถและโทรศัพท์มือถือช่วงเช้ามืดเมื่อวานนี้

ต่อมาตำรวจ สภ.พระประแดง เดินทางไปรับตัวนายบอย ดีมาเลิศ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหารายนี้ พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์สีน้ำเงินและโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีเจตนาลักทรัพย์แต่เห็นว่าผู้เสียหายเมาหลับ จึงตั้งใจขอยืมจักรยานยนต์ไปขี่เล่น ส่วนโทรศัพท์มือถือก็เกรงว่าจะมีคนอื่นมาหยิบไปเพราะผู้เสียหายหลับอยู่จึงได้หยิบมาด้วย และขี่รถจักรยานยนต์มาเรื่อย ๆ กระทั่งพบตำรวจตั้งด่านอยู่ได้ขอดูเอกสารรถและใบขับขี่แต่เขาไม่มี จึงอาศัยจังหวะตำรวจเผลอเดินหนีไปขึ้นรถเมล์ จากนั้นก็นั่งหลับด้วยความเมา ส่วนสาเหตุที่ไม่รับโทรศัพท์เพราะใช้โทรศัพท์รุ่นนี้ไม่เป็น จึงไม่รู้จะรับสายอย่างไรจนกระทั่งถูกแจ้งตำรวจจับตัวดังกล่าว

ทางด้านผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเขามีปากเสียงกับแฟนสาว จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกมาจากบ้านพักและแวะซื้อสุรามานั่งดื่มที่ริมท่าน้ำพระประแดง ห่างจาก สภ.พระประแดง ประมาณ 300 เมตร จนมึนเมา และนำโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวออกมาเปิดเพลงฟังและวางไว้บนม้านั่งหินอ่อน แต่พอจำได้ว่ามีชายที่ไม่เคยรู้จักกันเข้ามานั่งดื่มด้วย ก่อนที่เขาจะเผลอหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าทั้งรถจักรยานยนต์และโทรศัพท์มือถือหายไป จึงไปแจ้งความกับตำรวจดังกล่าวและพยายามโทรศัพท์เข้าไปที่เครื่องตัวเองแต่ไม่มีคนรับสาย

ขณะที่พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถเมล์สาย 180 วิ่งระหว่างสาธุประดิษฐ์ – รามคำแหง 2  เล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บนรถ โดยมีนายชัยรัตน์ศรีสวัสดิ์ เป็นคนขับรถออกจากอู่สาธุประดิษฐ์ เมื่อเวลา 08.00 น. โดยมีผู้โดยสารชายซึ่งทราบว่าเป็นคนร้ายในภายหลังขึ้นรถมา และนั่งดูโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา

กระทั่งรถขึ้นทางด่วนสาธุประดิษฐ์ได้มีผู้โดยสารซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคนร้ายมาสะกิดขอความช่วยเหลือ ให้ขับรถไปหาตำรวจที่ใกล้ที่สุดเพราะเห็นว่าชายคนดังกล่าว ในมือมีโทรศัพท์มือถือของเพื่อนที่ถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา

กระเป๋ารถเมล์รายนี้เล่าต่อว่า เธอได้สังเกตคนร้ายรายนี้ก่อนเพราะเกรงว่าเขาจะมีอาวุธ และจับตัวผู้โดยสารคนอื่นเป็นตัวประกัน จึงพยายามเข้าไปพูดกับคนร้ายโดยขอให้ใจเย็นๆ และยอมรับผิดโทษจะได้เบาลง จากนั้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนร้ายรายนี้ไม่มีท่าทีจะต่อสู้หรือหลบหนี  จึงไปบอกนายชัยรัตน์ซึ่งเป็นคนขับรถให้ขับไปหาตำรวจที่ใกล้ที่สุด ทันที

เธอยังบอกอีกว่า รู้สึกตื่นเต้นแต่พยายามควบคุมสติเพราะตลอดเวลากว่า 11 ปี ที่ปฏิบัติหน้าที่มา ไม่เคยเจอเรื่องลักษณะเช่นนี้ พร้อมฝากถึงผู้โดยสารที่ใช้บริการหากมีเรื่องในลักษณะเดียวกันนี้ สามารถขอความช่วยเหลือจากพนักงานเก็บค่าโดยสาร หรือคนขับรถได้ทันที เพราะทุกคนถูกฝึกอบรมในการช่วยเหลือผู้โดยสารมาเป็นอย่างดี

ขอบคุณภาพจากFB JibJib Pongpakkittikul