คุมตัวทำแผนฯสามีทำร้ายภรรยาสาหัส ก่อนสิ้นใจคาโรงพยาบาล อ้างถูกด่าบุพการี

379

ชายอายุ 42  ปี ถูกตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานีคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากเขาทำร้ายภรรยาจนอาการสาหัส ก่อนไปสิ้นใจคาโรงพยาบาล เจ้าตัวอ้างถูกด่าบุพการี ทำให้บันดาลโทสะ

นี่เป็นนาทีที่ตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ซ้อนแผนรวบตัว นายกิตติ หนูกลาง อายุ 42 ปี หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาเตรียมหลบหนี โดยจะขึ้นรถตู้โดยสารที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อไปกรุงเทพมหานคร ตำรวจรวบตัวได้ในจุดที่ผู้ต้องหารอขึ้นรถตู้โดยสาร

นายกิตติ หนูกลาง ตกเป็นผู้ต้องหาคดีทำร้าย นางสาวกรวิภา ดีน้อย อายุ 31 ปี ภรรยาของเขาจนบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเธอเสียชีวิตที่โรงพยาบาล เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงกลางดึกวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

โดยกล้องวงจรปิดหน้าโรงพยาบาลบันทึกภาพขณะที่ นายกิตติ และน้องชายของเขา ขับรถเก๋งคันหนึ่งมาจอดด้านหน้าโรงพยาบาล แล้วอุ้มภรรยาลงจากรถตรงไปที่รถเข็นผู้ป่วย ขณะนั้นเขาอ้างว่าเป็นพลเมืองดีนำผู้บาดเจ็บมาส่ง  จากนั้นกลับขึ้นรถขับออกไป ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ภรรยาของเขาก็เสียชีวิต

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุที่บ้านพักหลังหนึ่ง ในหมู่ 12 บ้านใหม่ศรีวิไล ต.นิคมสงเคราะห์ อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งระหว่างนั้นเจ้าตัวได้พบกับแม่บังเกิดเกล้า จึงเข้าไปกราบขอขมา โดยระหว่างชี้จุดเกิดเหตุเขาร่ำไห้ตลอดการทำแผน เนื่องจากรู้สึกผิดที่ทำให้ภรรยาเสียชีวิต เพราะยังคงรักภรรยาอยู่ โดยทั้งสองคนใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมานานกว่า 7 ปี ก่อนเกิดเหตุสลด

ผู้ต้องหาชี้จุดที่ทำร้ายภรรยาสาหัสในห้องนอน โดยอ้างว่าเขาจับได้ว่าภรรยาขโมยเงินเขา 5,000 บาท จึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ต่อมาเธอด่าทอถึงบุพการี เขาจึงบันดาลโทสะทำร้ายร่างกาย ก่อนที่เธอทำร้ายร่างกายตัวเองต่อ เพื่อเป็นการไถ่โทษความผิด ด้วยการนำศีรษะไปโขกกับเสาปูน ถึง3 ครั้ง จากนั้นหมดสติไป เขาจึงติดต่อน้องชายให้ช่วยพา นางสาวกรวิภา ไปส่งโรงพยาบาล

หลังชี้จุดเกิดเหตุเสร็จสิ้น ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหากลับโรงพัก ซึ่งขณะนั้นพ่อแม่ผู้เสียชีวิต ได้นำอัฐิของลูกสาว เดินทางมาด้วย ทันที่ที่เห็น นายกิตติ พร้อมก้มกราบขอขมาและสำนึกผิด ซึ่งทั้งสองได้กล่าวอโหสิกรรมให้ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย และเตรียมคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดอุดรธานีวันพรุ่งนี้

สิกิตตรี    เกิดมงคล

รายงาน