พ่อบ้านร้านสปายิงตัวตายแล้ว หลังบุกยิงพ่อเจ้าของร้านชาวเกาหลี-แม่บ้าน เจ็บสาหัส

659

ความคืบหน้ากรณีพ่อบ้านร้านสปา ก่อเหตุบุกยิงพ่อเจ้าของร้านชาวเกาหลีและแม่บ้านได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีไป  โดยล่าสุดตำรวจพบตัวพ่อบ้านที่ก่อเหตุแล้วแต่ระหว่างที่กำลังจะเข้าไปเจรจาให้มอบตัว เขากลับใช้ปืนกระบอกเดียวกันกับที่ก่อเหตุจ่อขมับยิงตัวตาย โดยทิ้งคำพูดสุดท้ายถึงสาเหตุที่ก่อเหตุไว้

กล้องวงจรปิดร้านสปาแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต บันทึกภาพขณะคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อสีเขียว รูปร่างอ้วน เดินเข้ามาที่ร้าน ก่อนตรงเข้าไปที่ห้องสปาเพียงไม่นานก็มีคนออกมาจากห้องดังกล่าวแล้วล้มลงตรงทางเดิน จากนั้นคนร้ายเสื้อเขียวก็เดินกลับออกมาอย่างใจเย็น มือขวาทำท่าคล้ายเหน็บอะไรบางอย่างไว้ที่เอว ก่อนที่พนักงานของร้านจะรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 2 คนส่งโรงพยาบาล คนแรกคือนายควาง ฮี คิม ชาวเกาหลีอายุ 74 ปี ซึ่งเป็นพ่อเจ้าของร้านสปา ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกรายคือนางสมศรี เชื้อทองฮัว อายุ 56 ปีซึ่งเป็นแม่บ้าน ถูกยิงเข้าที่แก้มซ้ายและหลังรวม 2 นัด อาการสาหัสเช่นกัน

จากการสอบสวนพบว่าขณะเกิดเหตุร้านสปาดังกล่าวเปิดทำการก่อนเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อให้บริการลูกค้าวีไอพีที่จองนวดไว้แล้ว 6 คน พนักงานส่วนใหญ่จึงแยกย้ายกันทำหน้าที่ จู่ๆคนร้ายคือนายชะนะ รอดเกตุ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นพ่อบ้านของร้านได้เดินเข้ามาพร้อมปืนขนาด .38 นางสมศรีซึ่งกำลังทำความสะอาดห้องเห็นเข้าจึงกระโดดบังตัวนายควาง ฮี คิม ไว้ จนถูกนายชะนะยิงเข้า 2 นัด จากนั้นนายชะนะใช้ปืนยิงนายควาง ฮี คิม อีก 1 นัด แล้วเดินย้อนกลับไปหลังร้านขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ของตัวเองไว้

หลังเกิดเหตุตำรวจเข้าตรวจสอบห้องเช่าของนายชะนะแต่ก็ไม่พบตัว ก่อนเชิญตัวภรรยาไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุความขัดแย้ง กระทั่งพบเบาะแสว่านายชะนะอยู่ที่บริเวณสวนสาธารณะสะพานหิน จึงไปตรวจสอบจนพบตัวแต่ระหว่างนั้นนายชะนะเห็นตำรวจนอกเครื่องแบบจึงชักปืนจ่อขมับห้ามไม่ให้เข้ามาและขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ปิดล้อมอยู่นานกว่า 10 นาที ก่อนที่เขาจะตัดสินใจใช้ปืนกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุ ยิงเข้าที่ขมับขวาตัวเอง 1 นัด ฆ่าตัวตาย โดยทิ้งคำพูดสุดท้ายถึงสาเหตุที่ลงมือว่าไม่ได้ตั้งใจจะก่อเหตุแต่เกิดความโมโหพ่อเจ้าของร้านชาวเกาหลี ที่ใช้งานหนักและบ่นว่าตลอดเวลาทำให้เกิดบันดาลโทสะ

ขณะที่จากการตรวจสอบประวัตินายชะนะ พบว่าเขาเป็นบุคคลที่หนีหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาเข้าไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร โดยถูกออกหมายจับเมื่อปี 2552 ก่อนที่จะหลบมาอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

                                                                                             สิริรัตน์  รัตนสิมานนท์

                                                                                                  รายงาน