คมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี ตอน แม่นสวดมนต์

488

หากเราสอนแบบจ้ำจี้จ้ำไช อาจทำให้ศิษย์เบื่อหน่าย แต่ถ้าหากเราสอนไปพร้อมกับการฝึกหัดปฏิบัติ อาจทำให้ศิษย์ขยัน และตั้งหน้าตั้งตาเรียนก็ได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สกู๊ปคมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี พระอาจารย์มีคำตอบมาฝากดังนี้

วัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายในยุคที่พระเทพสิทธินายก เป็นเจ้าอาวาสได้รับการยกย่องว่าเป็น  “สำนักตักศิลาแห่งวงการภาษาบาลี”

เพราะในยุคนี้หลวงพ่อท่านอุทิศตนเพื่อการศึกษาของคณะสงฆ์อย่างเต็มที่ ถึงขั้นเป็นครูสอนด้วยตนเองในบางวิชา ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเป็นครูที่เข้มข้น ท่านจึงไม่ปล่อยโอกาสในการสอนให้หลุดลอยไป

มีอยู่คราวหนึ่ง ท่านได้รับนิมนต์ไปในงานเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาลูกศิษย์คนหนึ่ง วันนั้น พระทั้งวัดจะต้องตามท่านไปกิจนิมนต์รวมแล้ว ๙ รูป  แต่ในวันดังกล่าวนั้น มีพระบางรูปติดธุระฝ่ายดูแลกิจนิมนต์จึงจัดสามเณรไปสวดแทนพระสี่รูป

เหล่าสามเณรโค่งที่ได้รับนิมนต์ต่างดีใจเป็นที่สุด  เพราะการไปกิจนิมนต์ หมายถึงโอกาสในการได้หยุดเรียน และได้รับไทยธรรมจากพุทธบริษัทญาติโยม

แต่แล้วความดีใจราวปลากระดี่ได้น้ำของเหล่าสามเณรโค่งก็หายเป็นปลิดทิ้งเพราะเมื่อถึงเวลาต้องสวดมนต์โดยมีหลวงพ่อนั่งเป็นประธาน ท่านยกบทนั้นบทนี้มาสวดมากมาย สวดไปสวดมา ลูกเณรสวดตามไม่ได้ ท่านก็เลย “หยุดสวด” เสียดื้อๆ ปรากฏว่าวันนั้นการสวดมนต์สืบชะตาก็เลยล่มต่อหน้าญาติโยม

ตั้งแต่นั้นมาลูกพระลูกเณร ต่างพากันตั้งอกตั้งใจฝึกหัดตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าวันไหนหลวงพ่อจะนิมนต์ให้ตามไปสวดมนต์ต่อหน้าญาติโยมเช่นนั้นอีก

คมธรรมประจำวันนี้ก็คือ

                “ความล้มเหลวอาจเป็นครูที่ดี, ความปรารถนาดีอาจเป็นศัตรูที่ร้าย”