มอบตัวแล้ว คนร้ายบุกยิงเพื่อนบ้านดับคาวงน้ำชา ปมแค้นทำร้ายภรรยาและลูกสาวเจ็บหนัก

671

กรณีที่คนร้ายบุกยิงชายอายุ 42 ปี เสียชีวิตคาวงน้ำชา ในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา โดยปมเหตุมาจากไม่พอใจที่ชายอายุ 42 ปี  ทำร้ายภรรยาและลูกสาว ล่าสุดวันนี้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว แต่เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ

นายอนันต์ หมัดหมัน อายุ 36 ปี และนายดนเหล๊าะ เหมมันต์  อายุ 36 ปี เข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังพวกเขาตกเป็นบุคคลตามหมายจับในข้อหาร่วมกันฆ่า นายหมัด หนิหมาน อายุ 42 ปี เสียชีวิตคาวงน้ำชา ภายในชุมชนสะพานดำ เขตเทศบาลเมืองคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ทั้งสองคนหลบหนีอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนัก

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่นายหมัด หนิหมาน นั่งดื่มน้ำชากับเพื่อนบ้านอยู่บริเวณหลังบ้านพัก จู่ๆมีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ก่อนใช้ปืนยิงนายหมัดทันที 3 นัด กระสุนเข้าบริเวณคอและลำตัวเสียชีวิตคาที่

จากการตรวจสอบพบว่าก่อนที่นายหมัดจะถูกยิงเสียชีวิต เขามีเรื่องทะเลาะกับภรรยาของเพื่อนบ้าน เนื่องจากไม่พอใจที่มาชวนภรรยาของตนไปจำนำทอง หลังทะเลาะกันรุนแรงนายหมัดใช้เก้าอี้ฟาดศีรษะภรรยาของเพื่อนบ้าน ก่อนใช้กุญแจขว้างใส่ศีรษะของลูกสาวเพื่อนบ้านที่เข้ามาช่วยจนศีรษะแตกเย็บไปถึง 17 เข็ม

จากนั้นภรรยาของเพื่อนบ้านและลูกสาวนำเรื่องราวเข้าแจ้งความกับตำรวจ ก่อนจะกลับเข้ามาบ้านพักและมีเรื่องกับนายหมัดอีกครั้ง โดยครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นใช้มีดฟันแต่ตำรวจสายตรวจเข้ามาระงับเหตุเอาไว้ได้ จนกระทั่งช่วงดึกวันเดียวกันนายหมัดถูกคนร้ายบุกยิงเสียชีวิต ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นต้นเหตุของการฆาตกรรมครั้งนี้ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคนได้

แม้เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนจะยังคงปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายหมัด หนิหมาน โดยอ้างว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่ขณะเกิดเหตุแต่ตำรวจมีพยานหลักฐานยืนยัน โดยเฉพาะคำให้การของพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ

 

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรกับผู้ต้องหาทั้งสองคน  ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายโดยคัดค้านการประกันตัว

 อรวรรณ รัตนเดชา

 รายงาน