เปิดคลิป นาทีคนร้ายบุกกราดยิง สภ.นาประดู่ ตำรวจเสียชีวิต 1 นาย

196

เหตุการณ์ คนร้าย 6 คน ขี่จักรยานยนต์ 3 คัน ยิงตำรวจ สภ.นาประดู่ เสียชีวิต 1 นาย ก่อนใช้ปืนสงครามกราดยิงใส่โรงพัก เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดพบก่อเหตุอย่างใจเย็น และชำนาญในการใช้อาวุธ

ภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นคนร้าย 6 คน แต่งกายชุดดำ ซึ่งแต่ละคน สวมหน้ากากอนามัย และสวมหมวกแก๊ป บางคนสวมหมวกกันน็อก ปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ ซ้อนท้ายกันมา จำนวน 3 คัน

คันแรกไปจอดที่หน้าป้อม สภ.นาประดู่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลทุ่งพลา อำเภอโคกโพธิ์  จังหวัดปัตตานี แล้วใช้ปืนสงคราม ยิงใส่สิบตำรวจเอกเฉลิมพล คมขำ ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อม โดยไม่ทันตั้งตัวกระสุนเข้าที่ศีรษะ และลำตัว บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต ในเวลาต่อมา

จากนั้นคนร้ายที่เหลือลงจากรถ ระดมกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ ภายในอาคารสถานีตำรวจ โดยระดมยิงทั้งปืนสงคราม และปืนสั้น อย่างใจเย็น จะเห็นว่า รถจักรยานยนต์คันที่ 3 คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายยืนขึ้นจากรถจักรยานยนต์ แล้วใช้ปืนสงครามยิงใส่ ตัวอาคารและเจ้าหน้าที่ ซึ่งหน่วยข่าวได้ตรวจสอบภาพแล้วระบุว่า คนร้ายชุดที่ก่อเหตุนี้ มีความชำนาญ ในการใช้อาวุธ และขณะก่อเหตุได้วางแผนมาเป็นอย่างดี

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่า ตัวป้อมยาม มีรูกระสุนปืนจำนวนมากและตัวอาคารโรงพัก มีร่องรอยกระสุน และกระจกแตกหลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนกว่า 20 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง พร้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ทุกตำบล เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ หวังแก้แค้นให้เพื่อนที่ถูกวิสามัญฯ เสียชีวิต 2 คน จากเหตุปะทะเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา

พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พลตำรวจเอก จักรทิพย์              ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 แล้ว โดยแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำชับผู้บังคับบัญชา ที่เกี่ยวข้อง ดูแลกำลังพลที่เสียชีวิต ทั้งในเรื่องสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังประณามผู้ก่อเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับให้สถานีตำรวจในพื้นที่เพิ่มมาตรการ ในการเฝ้าระวังและการป้องกันเหตุ ความไม่สงบในพื้นที่โดยรอบ ของสถานีตำรวจและหน่วยราชการต่าง ๆ รวมไปถึง ให้เพิ่มความเข้มงวด การตรวจตราสถานที่ต่าง ๆ เช่น แหล่งชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่สำคัญ ที่อาจเป็นเป้าหมาย

และเพิ่มมาตรการเข้ม ทั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในการตรวจค้นรถทุกชนิด และบุคคลเป้าหมาย ตามเส้นทางหลักและเส้นทางรอง จัดชุดลาดตระเวนในพื้นที่ ย่านเศรษฐกิจ และชุมชน