เปิดใจหญิงวัย 32 ปี รถคว่ำรอดตาย มีแผลลึกเกือบถึงสมอง สลบในป่าข้ามวัน

795

รอดตายปาฏิหาริย์ หญิงวัย 32 ปี ชาวสุรินทร์ ขับรถเก๋งเสียหลักตกถนนเส้นทางลัด สภาพรถพังยับ เจ็บสาหัส ก่อนสลบไปกลางป่าเปลี่ยวข้ามคืน กระทั่งชาวบ้านมาพบแล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล

กรณีอุบัติเหตุรถเก๋งสีชมพูพลิกคว่ำตะแคงข้าง พังเสียหายยับเยิน ตัวรถบิดงอ โดยมีนางสาววรรณนภา ละไมนิน อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นคนขับได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดบริเวณศีรษะขนาดใหญ่ เป็นแผลฉกรรจ์กว้างประมาณ 2 นิ้วครึ่ง ยาว 5 นิ้ว นอนสลบอยู่ ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา จนกระทั่งมีชาวบ้านมาพบในช่วงเช้าของวันที่ 8 มกราคม พร้อมแจ้งตำรวจภูธรกาบเชิงให้มาตรวจสอบพร้อมนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล

ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลปราสาทพบว่า นางสาววรรณภาซึ่งนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บ อาการเริ่มดีขึ้น สามารถพูดจาได้ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตั้งใจจะไปทำธุระที่อำเภอกาบเชิง ระหว่างที่ขับรถไปจะมีช่วงที่เป็นรอยต่อ ระหว่างถนนลาดยางกับถนนลูกรังซึ่งไม่ชินเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักไปขูดกับต้นไม้ด้านซ้าย ก่อนที่หักหลบไปชนกับต้นไม้ด้านขวาและตกลงไปข้างทาง

ขณะนั้นพอได้สติขึ้นมาก็พยายามจะตะเกียกตะกายไปหยิบโทรศัพท์ที่ตกอยู่ภายในรถ แต่ก็ไม่สามารถพาตัวเองไปถึง ก่อนรู้สึกวูบและสลบไปไม่ห่างจากตัวรถมากนัก ซึ่งตอนนั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พยายามจะคลานออกมาขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครเห็น เนื่องจากบริเวณนั้นมืดมีแต่ป่ารกร้าง  โดยที่ในใจได้แต่ภาวนาขอให้ตัวเองปลอดภัย และมีคนมาเจอ กระทั่งตอนเช้ามามีชาวบ้านมาพบจึงรีบโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบและนำส่งโรงพยาบาล

นางสาววรรณภายังฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ให้รู้จักคาดเข็มขัดนิรภัยและไม่ประมาท ซึ่งยอมรับว่าตัวเองประมาทที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ศีรษะ แต่ก็ดีใจที่รอดตายมาได้หวุดหวิด ส่วนอาการบาดเจ็บขณะนี้ดีขึ้นมากแล้ว ไม่มีบาดแผลที่บริเวณอื่นนอกจากที่ศีรษะ  แต่ยังต้องดูอาการคาดอีกไม่นานก็จะกลับบ้านได้