เตรียมออกหมายจับกลุ่มวัยรุ่นขับรถประกบยิงอริดับ 2 ศพ ปมเขม่นหน้า

1038

กลุ่มวัยรุ่นเขม่นกันในสถานบันเทิง เคลียร์กันไม่ลงตัวถูกฝ่ายตรงข้ามขับรถกระบะไล่ตามยิงเสียชีวิต 2 คน กลางเมืองสุราษฎร์ธานี ล่าสุดตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และอยู่ระหว่างขอศาลอนุมัติหมายจับ

กล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกการุณราษฏร์ ในตำบล ตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี บันทึกเหตุการณ์ ขณะที่รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ขี่มาจอดอยู่ริมถนนบริเวณหน้าร้านขายวัสดุก่อสร้าง โดยมีรถกระบะขับตามมาติดๆ ก่อนจะชลอดูรถจักรยานยนต์แล้วขับออกไป ผ่านไปไม่นานรถกระบะคันเดิมขับวนกลับมาอีกครั้ง แล้วจอดรถอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม  จากนั้นคนที่อยู่บนรถก็เดินลงมา ใช้ปืนจ่อยิงวัยรุ่น 2 คนที่นั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์จนเสียชีวิต ก่อนรีบวิ่งกลับขึ้นรถกระบะแล้วขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตคือนายอดินันท์ ด้วงเพชร วัย 27 ปี  ถูกยิงเข้าที่หลังศีรษะ ทะลุหน้าผาก 1 นัดเสียชีวิตคาที่ ถัดมาเป็นศพนายสุขสันต์ กำเนิดพิลา วัย 22 ปี ถูกยิงเข้าที่ใต้ตาซ้าย 1 นัด เสียชีวิตข้างกัน โดยมีรถจักรยานยนต์สีเหลืองล้มคว่ำอยู่ข้างศพ 1 คัน และกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตรตกอยู่ 1 นัด จึงเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบปากคำพยานทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายอดินันท์ และนายสุขสันต์ ได้ชวนกันออกไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วเกิดเขม่นกับวัยรุ่นต่างกลุ่ม จนมีเรื่องชกต่อยกันขึ้น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่ระหว่างทางขณะที่ทั้งสองคนกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับ จู่ๆกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณี ก็ขับรถกระบะสี่ประตู ไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด แล้วชักปืนจ่อยิงพวกเขาหลายนัดจนเสียชีวิต

ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามรายทาง พบว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายขับรถกระบะ หลบหนีไปทางสี่แยกแสงเพชร มุ่งหน้าแยกบางใหญ่ โดยมีกลุ่มวัยรุ่นอยู่ในรถประมาณ 4 คน ตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นคนร้าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีใครบ้าง โดยขณะนี้ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากต้องเสียลูกชายที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อไปอย่างกระทันหัน

ล่าสุดตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว คือนายวงศ์ธวัช  คงทอง วัย 24 ปี นายจิรายุส คำสอน วัย 19 ปี นายบุญฤทธิ์ ธรรมโชติ วัย 31 ปี และเยาวชนชายวัย 17 ปี อีก 1 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับ

กรองทอง    จันทะบุรม

รายงาน