เจาะเกาะติด ปส.เปิดปฏิบัติการขุดทรัพย์มังกรจาง ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

472

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 25 จุด ทั่วประเทศ ทลายเครือข่าย ค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยเปิดบริษัทจิวเวลรี่บังหน้าเพื่อฟอกเงิน สามารถจับผู้ต้องหารายสำคัญได้ พร้อมยึดทรัพย์มูลค่ากว่า 300 ล้าน

ตำรวจชุดสยบไพรี กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เริ่มวางแผนเพื่อนำกำลังเข้าค้นโรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังสืบทราบว่า ที่นี่เปิดเป็นบริษัทจิวเวลรี่ ของนายอาสือ ทรงกิตติกุล  หรือ เสี่ยจาง ผู้ต้องหารายสำคัญคดียาเสพติดข้ามชาติ เป็นโรงงานตั้งอยู่บนเนื้อที่ 22 ไร่ แบ่งเป็นส่วน โกดัง และ รีสอร์ต ทันทีที่ไปถึง ชุดสยบไพรีแบ่งกระจายกำลังเข้าตรวจค้นแต่ละจุด เริ่มจากส่วนของโกดัง พบมีคนงานเฝ้าเพียง 1 คน จึงคุมตัวไว้

จากนั้นนำกำลังเข้าค้นส่วนที่กำลังก่อสร้างเป็นรีสอร์ต มีห้องพักจำนวนมาก อยู่ด้านหลังของโรงงาน จากการตรวจค้นโดยรอบ ตำรวจพบจุดต้องสงสัย คือมีการก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินเป็นทางเดินเชื่อมจากโกดังไปยังหลังรีสอร์ต ระยะทางประมาณ 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงให้คนดูแล นำทางเข้าไปสำรวจ ภายในเป็นทางเดินมีน้ำท่วมขังเล็กน้อย คาดว่าใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด และหลบหนี หากตำรวจเข้าตรวจค้น

นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณที่รกร้างด้านหลังโรงงาน มีการนำสิ่งของมาเผา เป็นกล่องยาขนาดใหญ่มีตัวอักษรภาษาจีน จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ สำหรับบริษัทและโรงงานแห่งนี้ นายประพัฒน์ แซ่ต๋วง เป็นคนดูแลและถือหุ้นร้อยละ21 ร่วมกับผู้ถือหุ้นอีก 5 คน

ตรวจค้นภายในพบเอกสารของเสี่ยจางเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจที่พบว่านายประพัฒน์ มีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินและถือครองทรัพย์สินให้เสี่ยจาง โดยนำเงินจากการค้ายาเสพติดมาฟอกที่บริษัทจิวเวลรี่ ทั้งที่ไม่มีการทำธุรกิจจริง ซึ่งนายประพัฒน์อ้างว่าไม่สามารถติดต่อ เสี่ยจางได้ 2 ปีแล้ว ตัวเองเป็นเพียงพนักงานเท่านั้น

นายประพัฒน์ ยังให้ข้อมูลกับตำรวจอีกว่า ทุกครั้งที่เสี่ยจางมาที่โรงงาน จะมาที่ห้องกระจก ตั้งอยู่ด้านหลังสุดของพื้นที่ โดยสั่งห้ามไม่ให้ คนงานทุกคนเข้าไป ตำรวจจึงพยายามเปิดเข้าไปตรวจสอบ พบว่าภายในมีลักษณะคล้ายกับห้องทดลอง มีสารเคมีและสูตรวิทยาศาสตร์ ตำรวจคาดว่าเป็นห้องที่ใช้ทดลองผลิตยาเสพติด

สำหรับนายประพัฒน์ ถือเป็น 1 ในผู้ต้องหารายสำคัญ ในเครือข่าย มังกรจาง ที่ค้ายาเสพติดข้ามชาติ ส่งยาเสพติดไปยังไต้หวันและประเทศออสเตรเลีย โดยมีเสี่ยจางเป็นตัวการใหญ่ ประสานระหว่างผู้ค้าและผู้ซื้อระหว่างประเทศ มีนายประพัฒน์ดูแลทำธุรกรรมทางการเงินให้

นอกจากนี้พบว่า เครือข่ายนี้ยังเชื่อมโยงกับ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย และอดีตสามีของดาราชื่อดัง ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด และสมคบกันฟอกเงิน ที่ถูกตำรวจจับไปก่อนหน้านี้ ทำให้ขยายผลได้จากปฎิบัติการครั้งนั้น ส่วนนายสือ หรือเสี่ยจาง ถือเป็นผู้ต้องหาที่หลายหน่วยต้องการตัว อยู่ระหว่างหลบหนี

ปฎิบัติการขุดทรัพย์มังกรจางครั้งนี้ ตำรวจปิดล้อมตรวจค้น ทั้งหมด 25 จุด ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแม่สอด 11 จุด กรุงเทพ 8 จุด เชียงใหม่ เชียงราย และลพบุรี สามารถจับผู้ต้องหารายสำคัญในเครือข่าย 2  คน คือนายประพัฒน์ และนางนาทอ ยอดมหาวรรณ แม่ยายนายประพัฒน์ ที่ตำรวจพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง  โดยสามารถยึดทรัพย์เครือข่ายนี้ได้ รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

ไพจิตร    ภานนท์

รายงาน