เปิดใจสามีกระหน่ำกระทืบหน้าภรรยา เจ้าของร้านนวดแผนไทย เหตุกินข้าวไม่เก็บจาน

146

สามียอมรับทำร้ายร่างกายภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของร้านนวดแผนไทยและเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หญิง สาเหตุมาจากทะเลาะกันเรื่องฝ่ายหญิงกินข้าวแล้วไม่ยอมเก็บจาน

จากกรณีมีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ชายหนุ่ม อายุประมาณ 40 ปี ทำร้ายร่างกายผู้หญิงอายุ 32 ปี เจ้าของธุรกิจร้านนวดแผนไทยและยังเป็นว่าที่ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 2 จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยพบว่าฝ่ายชายได้ทำร้ายฝ่ายหญิงอย่างรุนแรงทั้งจิกผม ตบและกระทืบ โดยมีคนในละแวกที่เห็นเหตุการณ์พยายามเข้าห้ามปรามไว้

ต่อมาผู้หญิงคนดังกล่าวได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.บางคล้า เธอเล่าว่าถูกสามีที่เพิ่งคบหาอยู่กินด้วยกันมาได้แค่ประมาณ 10 เดือน ทำร้ายร่างกายด้วยการตบตีใช้เท้ากระทืบที่หน้าอกและใบหน้าจิกผม ทุบตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฟกช้ำไปทั่วร่างกายและมีอาการปูดบวม ต้องเย็บบาดแผลที่ใบหน้าบริเวณเหนือคิ้วด้านซ้ายถึง 6 เข็ม แต่กระบวนการสอบสวนล่าช้ามากเพราะตำรวจอ้างว่าเป็นแค่คดีเล็กน้อยภายในครอบครัว ทั้งที่คดีดังกล่าวเป็นเหตุความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นต่อสตรีและเด็ก ทำให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม

ล่าสุดสามีวัย 40 ปี ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า เพื่อให้ปากคำ โดยเขายอมรับว่าทำร้ายร่างกายภรรยาซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจร้านนวดแผนไทยจริง แต่ที่ทำไปเพราะทะเลาะกันเรื่องบอกให้ทางฝ่ายหญิงเก็บจานหลังกินข้าวเสร็จแล้ว เพราะเป็นคนรักความสะอาดแต่พอมีปากเสียงก็พยายามเดินหนี สุดท้ายฝ่ายหญิงก็ตามมาหาเรื่องอีก ทั้งทำร้ายร่างกายเขาและหักกุญแจรถ ทำให้เขาคุมอารมณ์ไม่อยู่แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

ขณะที่ร้อยตำรวจเอก ประมวล พูลศิลป์ รองสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี บอกว่าเบื้องต้นรับแจ้งความเอาไว้แล้วแต่ได้แนะนำให้ผู้บาดเจ็บไปพบแพทย์ก่อนเพื่อตรวจร่างกาย และยังต้องรอใบรับรองผลการตรวจร่างกายจากแพทย์มาก่อน แล้วจึงรอนัดสอบปากคำจากผู้เสียหายและพยานอีก แต่กลับถูกญาติฝ่ายหญิงโวยวายใส่ตำรวจยืนยันว่าให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเพราะหลังทราบเรื่องก็ติดต่อฝ่ายชายมาสอบสวนทันที