โต้กันดุเดือด “อัจฉริยะ–ผู้บริหารโรงพยาบาล” ปมปัดรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด

672

“อัจฉริยะ” พาญาติแห่โลงศพหญิงถูกสามีสาดน้ำกรดเสียชีวิตบุกโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธคนไข้ ทวงถามความรับผิดชอบ กลายเป็นโต้เถียงวุ่นวาย  หมอยืนยันตรวจบาดแผลแล้วไม่สาหัส บอกจะรักษาต้องเสีย  ส่วนต่างที่เกินจากสิทธิ์รักษาฟรี คนไข้เลยขอย้าย ยังใจดีควักค่าแท็กซี่ให้ 40 บาท ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เตรียมร้องกระทรวง สาธารณสุข ให้เอาผิดถึงที่สุด

กรณีหญิงวัย 38 ปีคนหนึ่ง ที่ถูกสามีสาดน้ำกรดบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ลูกสาว พานั่งรถแท็กซี่ไปโรงพยาบาล ย่านพระราม2 แต่เมื่อไปถึงกลับถูกปฏิเสธการรักษา จนต้องนั่งรถแท็กซี่ต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่ง  และสุดท้ายเธอเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาญาติของนางสาว ช่อลัดดา ทาระวัน ผู้เสียชีวิต พร้อมแห่โลงศพ ไปที่โรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อร้องขอความเป็นธรรม

โดยลูกสาววัย 12 ปี ของผู้เสียชีวิต ระบุว่า แม่ถูกสามีใหม่ ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเธอ สาดน้ำกรดใส่ใบหน้าและลำตัว ระหว่างนอนหลับอยู่ในห้องพัก ขณะนั้นเธอตื่นมาเห็นเหตุการณ์ จึงรีบพาแม่ขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อไปโรงพยาบาล ระหว่างทางแม่มีอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรง

โชเฟอร์แท็กซี่เห็นอาการของแม่ไม่ดี จึงรีบขับรถพาเข้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพราะเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่เมื่อพาแม่เข้าไปติดต่อขอรับการรักษาได้มีพยาบาลคนหนึ่งมาสอบถามว่า แม่มีสิทธิรักษาอะไรหรือไม่ เธอจึงบอกไปว่าแม่มีบัตรทอง ที่โรงพยาบาลบางมด

จากนั้นพยาบาลคนเดิม ได้สอบถามต่อว่า อยากจะรักษาพยาบาลที่นี้  หรืออยากไปใช้สิทธิที่โรงพยาบาลบางมด   จังหวะนั้นเธอยังตัดสินใจไม่ได้ จึงยืนคิด อยู่สักพัก ก่อนแม่จะล้มทรุดลงกับพื้น จากนั้นพยาบาลรายนี้ ได้ยื่นเงินให้เธอมาจำนวน 40 บาท   พร้อมไปส่งขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมด แต่ระหว่างทางแม่หมดสติ กระทั่งไปถึงโรงพยาบาลบางมด แพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจ แต่ไม่สำเร็จสุดท้ายแม่ก็เสียชีวิต

ขณะที่ ผู้บริหาร โรงพยาบาลพระราม 2 ชี้แจงข้อเท็จจริง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อหน้าญาติของผู้เสียชีวิตว่า ขณะที่ผู้ป่วยรายนี้ เดินทางมาถึงโรงพยาบาล ด้วยสภาพตามตัว เต็มไปด้วยคราบยาสีฟันและได้บอกกับแพทย์ว่าถูกน้ำร้อนราดขณะนอนหลับ แพทย์ประเมินบาดแผลแล้วพบว่าไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต แต่ก็อยากให้นอนดูอาการ

แต่เมื่อตรวจสอบสิทธิประกันสังคม พบว่าอยู่ที่โรงพยาบาลบางมด ผู้ป่วยจึงแจ้งประสงค์อยากไปใช้สิทธิที่โรงพยาบาลบางมด โดยขณะนั้นผู้ป่วยยังสามารถเดิน และพูดคุยได้ปกติไม่ได้มีอาการทรุดแต่อย่างใด ระหว่างที่ทางด้านโรงพยาบาลกำลังเจรจาชี้แจง ปรากฏว่าทางญาติและนายอัจฉริยะ เกิดความไม่พอใจในบางประเด็น จึงเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งการเจรจาต้องยุติลงอย่างกะทันหัน ท่ามกลางบรรยากาศ ที่ตึงเครียด และเสียงร้องไห้ระงมของลูกสาวผู้เสียชีวิตและบรรดาญาติ

นายอัจฉริยะ ระบุว่าวันนี้ จะนำครอบครัวผู้เสียหายไปที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร้องเรียน และจะทำหนังสือถึงแพทยสภา รวมถึงสภาการพยาบาล ร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้บริหารโรงพยาบาล และจะตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยยืนยันจะเดินหน้าเอาผิดทั้งแพ่งและอาญาให้ถึงที่สุด