คุมตัวหนุ่มบุกเดี่ยวชิงทองหาดใหญ่ ทำแผนฯ พบเพิ่งพ้นโทษ

680

ตำรวจสงขลา ตามรวบหนุ่มบุกเดี่ยวชิงทองเกือบ 2 แสนบาท กลางเมืองหาดใหญ่  หลังก่อเหตุเพียง 1 สัปดาห์ หนีกบดานบ้านภรรยา โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแส คนร้ายเอาทองไปขายพื้นที่ใกล้เคียง อ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พบประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ และเพิ่งพ้นโทษ

กล้องวงจรปิดร้านทองแห่งหนึ่ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา บันทึกภาพชายคนหนึ่ง กำลังยืนเลือกดูสร้อยทองอยู่ภายในร้าน โดยมีพนักงานหญิงยืนอยู่ด้วย จากภาพจะเห็นว่า ชายคนนี้ยืนเลือกสร้อยทองอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปมองประตูทางออก เมื่อเห็นว่าปลอดคน จึงวิ่งหลบหนีไปพร้อมกับสร้อยทองในมือ แต่เนื่องจากประตูร้านทองเป็นแบบอัตโนมัติ ชายคนนี้จึงพยายามกระชากประตูกระจกอย่างแรง จนทำให้กระจกประตูแตก

จากนั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้าน ขี่หลบหนีไป เจ้าของร้านพยายามวิ่งตามออกไปแต่ไม่ทัน โดยคนร้ายชิงทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 9 บาท มูลค่าเกือบ 2 แสนบาทหลบหนีไป ได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทันทีที่เกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุ และเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี จนกระทั่งได้ภาพคนร้ายที่ก่อเหตุ ทราบชื่อ นายเพิ่มพร เปี่ยมศักดิ์ อายุ 33 ปี โดยมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแส เห็นคนร้ายนำสร้อยคอทองคำไปตระเวนขายร้านทอง พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จึงตามจับได้  พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำที่ชิงมาและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

นายเพิ่มพร ผู้ต้องหา ยอมรับว่า ก่อเหตุจริง โดยอ้างว่า ชิงทรัพย์ร้านทองเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้วางแผนมาก่อน พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้ติดยาเสพติด หรือเดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะปกติมีอาชีพเป็นช่างขัดสี ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากมีข้อมูลว่า ก่อนก่อเหตุผู้ต้องหามีปัญหาเรื่องเงิน

หลังสอบปากคำ ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทอง เกิดเหตุ เริ่มจากจุดที่ขี่รถมาจอดหน้าร้าน และเข้าไปก่อเหตุ จนถึงจุดที่ขี่รถหลบหนีไป ซึ่งขณะทำแผนผู้ต้องหาได้ขอโทษเจ้าของร้าน เธอจึงพยายามสอบถามถึงเหตุผลที่มาก่อเหตุ เพราะคนร้ายอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ และไม่ติดขัดเรื่องเงิน ขัดแย้งกับพฤติกรรมการก่อเหตุ ที่เหมือนเตรียมการมาล่วงหน้

ตรวจสอบประวัติ นายเพิ่มพร ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้ พบว่า เคยต้องโทษคดีลักทรัพย์ พื้นที่จ.สงขลา เมื่อปี 2558  และเพิ่งพ้นโทษออกมา ก่อนจะกลับมาก่อคดีซ้ำอีก

ไพจิตร    ภานนท์

รายงาน