ไล่ล่านักโทษแหกคุกอีก 3 คน ชิงรถเรือนจำทิ้งสวนผลไม้ชาวบ้าน

285

เจ้าหน้าที่ปูพรมออกค้นหานักโทษอีก 3 คนที่ชิงรถของเรือนจำ พุ่งชนประตูศาลจังหวัดหลังสวน ในจังหวัดชุมพร หลบหนีขณะถูกคุมตัวส่งฟ้องศาล ล่าสุดพบร่องรอยหลบหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งซึ่งไม่ไกลจากจุดพบรถ และพยายามใช้อุปกรณ์ตัดโซ่ตรวนแต่ไม่สำเร็จ คาดยังหลบหนีไปได้ไม่ไกล

กล้องวงจรปิดหน้าศาลจังหวัดหลังสวน อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บันทึกภาพขณะรถของเรือนจำขับถอยหลังเข้าไปจอด เหตุการณ์เป็นไปอย่างปกติแต่ไม่นานก็ได้ยินเสียงโวยวายดังขึ้นมา ก่อนจะมีเสียงนกหวีดดังขึ้นติดต่อกัน และมีเสียงคล้ายปืนดังขึ้นอีก 1 นัด

วินาทีต่อมากล้องวงจรปิดตัวเดิมจับภาพกลุ่มนักโทษจำนวนหนึ่งวิ่งกันออกมา โดยพยายามต่อสู้และวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ หนึ่งในนั้นอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหนีออกถนนไปอย่างรวดเร็วโดยมีเจ้าหน้าที่ไล่ตามไปติดๆ

ระหว่างนั้นนักโทษอีกคนพยายามวิ่งหลบหนีออกมาเช่นเดียวกัน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตะครุบตัวไว้ได้ทัน จับกดลงกับพื้นบริเวณหน้าประตูทางเข้าออก เป็นจังหวะเดียวกับนักโทษอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งขึ้นรถของเรือนจำไปได้ เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งมาปิดประตูรั้วเหล็กสกัดไม่ให้หลบหนี แต่กลุ่มนักโทษกลับขับรถพุ่งชนประตู ทับนักโทษอีกคนที่ถูกจับกดอยู่กับพื้นจนแน่นิ่ง ก่อนขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่พยายามวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่เรือนจำนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาลจังหวัดหลังสวน ระหว่างนั้นนักโทษ 6 คนได้หลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ตามจับตัวกลับมาได้ 3 คน ส่วนที่เหลือเป็นนักโทษคดียาเสพติด คือ นายพิเชษฐ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี นายธราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี และนายกฤษฎา  เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี ชิงรถเรือนจำหลบหนีไปได้ ทำให้ตำรวจต้องนำกำลังตั้งด่านตรวจสกัดทุกเส้นทาง

ผ่านไปไม่นานหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สายตรวจได้รับเบาะแสจากพลเมืองดี พบรถของเรือนจำที่ถูกชิงมา ขับสวนเข้าไปในสวนผลไม้ของชาวบ้านในอำเภอทุ่งตะโก แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเพียงรถจอดลึกอยู่ในสวน โดยไร้วี่แววของนักโทษที่หลบหนี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านอีกราย พบร่องรอยของนักโทษ ถอดกระเบื้องหลังคา แล้วเข้าไปในบ้านปูนชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่กลางสวนปาล์มของชาวบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบรถเกือบ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงงัดหน้าต่างเข้าไป พบภายในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย มีสิ่วและค้อนวางอยู่บนพื้น คาดว่าคนร้ายปีนหลังคาเข้ามา แล้วพยายามใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตัดโซ่ตรวนที่ขาให้หลุดออกแต่ไม่สำเร็จ เป็นจังหวะเดียวกับที่ได้ยินเสียงรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ใกล้เข้ามา จึงเปิดประตูด้านหน้าวิ่งหลบหนีไป โดยพบร่องรอยหญ้าล้มราบเป็นทางยาวมุ่งหน้าไปยังเชิงเขาห้วยคล้า บ้านท่าทอง

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เกรงจะไม่ปลอดภัยจึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งจับตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนให้ได้โดยเร็ว

ล่าสุดผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพรประสานนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินตรวจค้น กดดันควบคู่ไปกับเจ้าหน้าที่อีกชุด ที่เดินเท้าโอบล้อมบริเวณเขาห้วยคล้า – บ้านท่าทอง หมู่ 12 ตำบลตะโก ซึ่งเป็นจุดที่พบร่องรอยการหลบหนี และคาดว่านักโทษทั้งสามคนอาจยังซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่

ด้านพันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงพื้นที่มาติดตามสถานการณ์แล้ว พร้อมเปิดเผยว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นนักโทษในคดียาเสพติด ซึ่งบางคนกระทำผิดซ้ำซากและเข้าออกเรือนจำมาไม่ต่ำกว่า 1 ครั้ง ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ยอมรับว่าเกิดขึ้นจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ในการควบคุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งจากนี้จะต้องเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนให้ได้โดยเร็ว ก่อนตั้งคณะกรรมสอบสวนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถซึ่งประมาทเสียบกุญแจคาไว้ที่คอพวงมาลัย ทำให้นักโทษทั้ง 3 คนใช้รถหลบหนีไปได้

                                                                                                    สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

                                                                                                          รายงาน