เจาะเกาะติด-“ตาต้า” ชี้ตัว อส.ออย อ้างเป็นตำรวจสั่งยิงหมีขอ รองผบ.ตร.มั่นใจเอาผิดได้ทุกคน

142

“ตาต้า” ผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ชี้ตัวซัดทอด อส.ออย และ อส.สกานต์ อ้างเป็นตำรวจสั่งให้ยิงหมีขอ พร้อมชำแหละเป็นอาหาร  ก่อนคุมตัวชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพิ่มเติมที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค

นายตาต้า คนดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำชาวเมียนมา และนาย อนุสรณ์ เรือนงาน หรือ อส.ออย  อาสารักษาดินแดน อำเภอด่านมะขามเตี้ย ถูกตำรวจคุมตัวมาสอบปากคำเข้มที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หลังตกเป็นผู้ต้องหาล่าหมีขอในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยเมื่อวานนี้อส.ออยได้ซัดทอดถึงนายตาต้าว่าเป็นคนมายืมปืนลูกกรด ขนาด.22 ติดกล้อง พร้อมเครื่องเก็บเสียง ออกไปกับนายจีระ คนงานในสำนักสงฆ์  ซึ่งวันนั้นเขาและนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือปลัดแมน  ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยไม่ได้ออกไปด้วย จึงไม่รู้ว่านายตาต้าจะนำปืนไปยิงหมีขอ

ขัดแย้งกับนายตาต้าที่อ้างว่าวันนั้นได้พากลุ่มออฟโรด 2 คน ไปล่ากบทูตและอีเห็นแต่ระหว่างทางเจอหมีขอ กลุ่มออฟโรดพยายามยิงแต่ไม่โดนจึงส่งปืนให้เขายิง โดยมีคนในกลุ่มอ้างเป็นตำรวจข่มขู่ด้วยความกลัวเขาจึงตัดสินใจยิงหมีขอ

แม้นายตาต้าจะจำชื่อของคนที่สั่งให้ยิงไม่ได้แต่เขาสามารถจดจำใบหน้าได้ชัดเจน เมื่อตำรวจคุมตัวนายตาต้าและ อส.ออย มาสอบสวนพร้อมกัน นายตาต้าก็ชี้ตัวได้ทันทีว่าคนที่สั่งให้ยิงคือนายอนุสรณ์ เรือนงาน หรืออส.ออย และนายสกานต์ แก่นหลวง อส.อีกคน

จากนั้นเขานำหมีขอไปให้นายจีระชำแหละเป็นอาหารและเผาเอาอุ้งเท้า ก่อนจะนำซากบางส่วนโยนทิ้งน้ำ

ส่วนที่เหลือห่อให้ อส.ออย พร้อมกับกลุ่มออฟโรดซึ่งระหว่างทาง อส.ออยได้นำซากหมีขอบางส่วนโยนทิ้งข้างทาง

หลังสอบปากคำเสร็จตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพิ่มเติมทันที  ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยได้ชี้จุด 3 จุดใหญ่ คือจุดยิงหมีขอ จุดชำแหละ และจุดทิ้งซากหมีขอเพื่อหวังอำพราง

ส่วนปลัดแมนจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการกินหมีขอด้วยหรือไม่ขณะนี้ยังอยู่ในสำนวนการสอบสวนแต่ตำรวจมั่นใจว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนและอัยการจะสามารถสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ทุกคน

 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่าขณะนี้มีพยานวัตถุและพยานบุคคลครบถ้วน สามารถเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง มั่นใจว่าจะเอาผิดได้ทุกคนทุกข้อหา ซึ่งขณะนี้ตำรวจสามารถตามจับผู้ต้องหาได้แล้ว 13 คน ยังเหลื่ออีก 1 คนคือนายจีระซึ่งยังคงหลบหนี

                                                                                                    กรองทอง  จันทะบุรม

                                                                                                           รายงาน