รวบปลัดอำเภอ-ลูกน้อง ล่าสัตว์ป่า ยึดปืน-อุ้งเท้าหมี แจ้ง 7 ข้อหา

680

เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี รวบ ปลัด อ.ด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวกกลุ่มออฟโรด ลุยป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ล่าสัตว์ พบหลักฐาน ทั้งปืนสั้น ปืนยาว พร้อมเครื่องกระสุน และอุ้งเท้า ”หมีขอ” 4 เท้า โดยไม่ยอมให้ค้นตัว แถมขู่จะฟ้องกลับเจอแจ้ง 7 ข้อหา ผู้ว่าฯ ลั่นถ้าผิดจริง โทษไล่ออก

นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตรวจค้น คณะรถออฟโรด จำนวน 6 คัน ที่อยู่ในพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค (เขาพลู) จากการตรวจค้นพบว่า มีกลุ่มบุคคลเดินทางร่วมมา ในคณะจำนวน 12 คน โดยในรถคันที่ 5 เจ้าหน้าที่ตรวจพบปืนไรเฟิล ติดกล้อง และอุปกรณ์เก็บเสียง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวนหนึ่ง และยังพบปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนและซากสัตว์ป่า “หมีขอ” เป็นส่วนอุ้งเท้า จำนวน 4 เท้า

นอกจากนี้ ในกลุ่มคนดังกล่าว ยังพบชายคนหนึ่ง ที่อ้างว่าตนเองคือ นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย และมีชายอีกสองคน ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน หรือ อส.ด้วย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ จะขอตรวจค้นตัว อย่างละเอียด กลุ่มบุคคลดังกล่าว กลับไม่ให้ตรวจค้น พร้อมขู่จะฟ้องกลับ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จึงประสานทหารในพื้นที่ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เข้าใช้อำนาจ ในการค้นตัว และยึดปืนของกลาง

โดยบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จึงนำตัวทั้งหมด ไปทำบันทึกจับกุม ยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค จากนั้นนำตัว ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไทรโยค

ดำเนินคดี โดยเบื้องต้น แจ้ง 7 ข้อหา คือร่วมกันล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สัตว์สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยในวันนี้ 8 ตุลาคม จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ เข้าตรวจค้น จุดที่คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวล่าสัตว์ป่า เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง

ขณะที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า หากเรื่องดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนการกระทำผิด วินัยร้ายแรง และหากพบว่าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริง ก็จะมีโทษสูงสุด คือไล่ออกจากราชการ

ส่วนพันตำรวจเอก ธานี สงวนจีน ผู้กำกับการ สภ.ไทรโยค กล่าวว่า ในเรื่องคดีไม่ได้หนักใจอะไรเลย ถึงแม้จะเป็นปลัดอำเภอก็ตาม จะทำคดีไปตามพยานหลักฐาน คดีไม่มีอะไรซับซ้อน ผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีใครมากดดันแต่อย่างใด และไม่มีการช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด โดยคนขับรถออฟโรดคันหนึ่งที่เป็นอาสา แสดงตัวขอเป็นผู้รับผิดแต่เพียงผู้เดียว แต่ตำรวจก็ต้องเก็บหลักฐาน และสอบพยาน หากพบว่า ใครเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีทั้งหมด แม้จะมีคนออกรับแทนก็ตาม