นั่งรถไม้เที่ยวเมืองระนอง ท่องถนนชื่อพระราชทาน 10 สายประวัติศาสตร์

2604

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงจังหวัดระนอง นั่นก็คือการนั่งรถสองแถวไม้ชมเมือง ผ่านถนนที่เป็นชื่อพระราชทาน 10 สาย ซึ่งมีจุดท่องเที่ยวสำคัญ ทั้งด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และอาหารการกิน

ต้นหญ้าสีเขียวขจีขึ้นปกคลุมเนินเขา ตัดกับท้องฟ้าสีคราม นี่คือความงดงามยามฤดูฝนของ “ภูเขาหญ้า” สถานที่ท่องเที่ยวชมธรรมชาติและทัศนียภาพ จุดเริ่มต้นทริปเที่ยวเมืองฝนแปดแดดสี่

นอกจากชื่อที่คล้องจองกันแล้ว ถนนแต่ละสายยังถูกตั้งให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและชุมชน เช่นถนนท่าเมือง ซึ่งมีท่าเรือโดยสาร ขนส่งสินค้า และติดกับป่าชายเลน ถนนเรืองราษฎร์ ย่านตลาดการค้า ที่มีทั้งชาวไทย จีน และเมียนมา จับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก

ส่วนถนนดับคดี เป็นที่ตั้งของสถานีตำรวจ ศาลจังหวัด และบ้านเทียนสือ บ้านเก่าแก่สไตล์ชิโนโปรตุกีส อายุกว่า 140 ปี ในอดีตเปรียบเสมือนห้องคลังของเมืองระนอง ปัจจุบันเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมชาวจีน ผ่านภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้โบราณ นักท่องเที่ยวสามารถเช่าชุดบาบ๋า ย่าหยา ใส่แชะภาพตามมุมต่างๆ เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร

จากบ้านเทียนสือ เข้าสู่ถนนลุวัง ชมความสวยงามของพระราชวังรัตนรังสรรค์ ซึ่งทำจากไม้สักและไม้ตะเคียนทั้งหลัง ตั้งตระหง่านบนเชิงเขา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประทับแรมของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7

ปิดท้ายที่ถนนชลระอุ นอกจากบ่อน้ำพุร้อนที่ขึ้นชื่อแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหาร “คุ้นลิ้น” แวะชิมเมนูเด็ด เช่นปลาทูทอดกะปิ ปลาหลุมพุก แกงส้มไข่ปลาริวกิว และอาหารฟิวชันอย่างผักเหลียงอบชีส ทานคู่กับน้ำผักเหลียงปั่น พร้อมสนุกกับกิจกรรมเก๋ๆ อย่างการแขวนตุ๊กตาไล่ฝน แก้เคล็ดเมืองฝนตกชุกที่สุดในไทย และเซียมซีสั่งอาหาร

อิ่มแล้วยังได้รอยยิ้ม ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่นี่ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย จ่ายรถสองแถวไม้เพียงชั่วโมงละ 250 บาท ก็เที่ยวได้ทั่วเมือง

ระนอง เมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แต่กลับอุดมด้วยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งนี้ ใครก็สัมผัสได้ แค่ลองมาเที่ยวกัน

จุฑามาศ  มังกรชัย 

รายงาน