ธรรมชาติบำบัด สัมผัสวิถีคนระนอง นอนแช่บ่อน้ำแร่ร้อน ออนเซ็นเมืองไทย

2517

มาเที่ยวระนอง ถ้าไม่ได้ลงแช่บ่อน้ำแร่ร้อน ถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะที่นี่มีบ่อน้ำร้อนมากถึง 7 แห่ง แต่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว นอกจากบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ที่มาจัดรายการสดแห่งนี้แล้ว ยังมีที่บ่อน้ำร้อนพรรั้ง ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาวที่มีบรรยากาศร่มรื่นอย่างมาก

บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้งในอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เป็นแหล่งพลังงานธรรมชาติบำบัด ให้นักท่องเที่ยวลงแช่ตัวผ่อนคลายจากความเมื่อยล้า เพียงครั้งละ 10-15 นาที สลับไปมาระหว่างบ่อน้ำร้อนและสระน้ำใสไหลเย็นธรรมชาติซึ่งอยู่ใกล้กัน ก็จะส่งผลดีต่อร่างกาย

ด้วยอุณหภูมิประมาณ 35 – 44 องศาเซลเซียสที่เหมาะแก่การแช่ตัว แต่ยังร้อนไม่เพียงพอสำหรับการแช่ไข่ออนเซ็น ทางอุทยานฯจึงได้ทำบ่อสำหรับแช่ไข่โดยเฉพาะ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 55 องศาเซลเซียส และต้องใช้เวลาแช่ไข่ทิ้งไว้นานถึง 18 ชั่วโมง

แต่ก่อนจะไปชิมไข่ออนเซ็น ขอไปเดินเล่นฟังเสียงน้ำไหล เอาเท้าแช่น้ำทำสปาปลาสักหน่อย แล้วค่อยมาลิ้มรสชาติไข่ลวกที่ขึ้นชื่อว่าไม่มีกลิ่นกำมะถัน และเพิ่มความจัดจ้านอีกนิดกับยำไข่ออนเซ็นอีกสักเมนู และเพื่อให้ครบสูตรพลังงานธรรมชาติบำบัด มาทำกิจกรรมโยคะร้อนกันต่อที่ลานสุขภาพ ใกล้กับบ่อน้ำร้อนรักษะวารินในตัวเมืองระนอง

ความร้อนจากบ่อพักน้ำแร่ที่อยู่ด้านล่าง ทำให้พื้นปูนของลานสุขภาพแห่งนี้ มีความร้อน ในระดับที่สามารถนอนผิงตัวได้ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นโยคะร้อนได้เป็นอย่างดี จัดเป็นกิจกรรมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่ 8 โมงเช้า เอาใจคนรักสุขภาพก่อนลงแช่ตัวในบ่อน้ำแร่

เรียกได้ว่าสะดวกสบายจริงๆ เพราะที่นี่เป็นพื้นที่สาธารณะ ลงทะเบียนเสร็จแล้วก็เข้าอาบน้ำล้างตัว จัดเป็นสัดส่วนอยู่กลางแจ้งใกล้กับบ่อน้ำแร่ ลงแช่ครั้งแรกให้เริ่มจากการนั่งหย่อนขาปรับอุณหภูมิร่างกายสักพัก แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงอ่าง

ความร้อนจะเปิดรูขุมขนให้ขยายตัวขับสิ่งสกปรก เพื่อให้แร่ธาตุธรรมชาติที่มีประโยชน์และไม่มีสารกำมะถัน ได้ซึมซับเข้าผิวหนังอย่างเต็มที่ เที่ยวระนองทั้งที ต้องมาแช่น้ำแร่ออนเซ็น

วาเนสสา สมัคศรุติ

รายงาน