เจาะเกาะติด-แม่หนุ่มขับรถเก๋งไล่ยิงพี่ชายคู่อริดับ เผยลูกติดยาเสพติด มีนิสัยก้าวร้าว ยันไม่ขอประกันตัว

130

ความคืบหน้าเหตุการณ์ที่คนร้ายขับรถเก๋งไล่ยิงพี่ชายคู่อริ ซึ่งเป็นพนักงานเทศกิจวัย 40 ปีจนเสียชีวิต    โดยหลังเกิดเหตุแม่ของคนร้ายรายนี้ได้ประสานพาเข้ามอบตัว พร้อมยอมรับว่าลูกชายมีนิสัยก้าวร้าว ติดยาเสพติดและสุราอย่างหนัก บางครั้งหลอนถึงขั้นจะเข้าทำร้ายภรรยาตัวเองมาแล้ว หลังจากนี้ขอให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะไม่ยื่นประกันตัว 

ช่วงตี 2 ครึ่งวันที่ 19กันยายน ตำรวจ สน.หนองแขม ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต บริเวณพงหญ้าข้างทางภายในซอยสวัสดิการ 2 แยก 14 ถนนเพชรเกษม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร เมื่อเข้าตรวจสอบพบศพนายประภา วิชา หรือ แป๊ะ อายุ 40 ปี สภาพถูกยิงเข้าตามลำตัวรวม 3 นัด

พยานเผยว่าปมเหตุสังหารเกิดจากนายแป๊ะได้เข้าไกล่เกลี่ยไม่ให้นายไปป์ ซึ่งเป็นน้องชายของเขามีเรื่องกับคู่อริ แต่จู่ๆก็มีนายทนงศักดิ์ สมัยใหม่ หรือนายโย มือยิงเข้ามาเหมือนจะทำร้ายทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุวิวาทระหว่างนายไปป์และคู่อริ

เหตุการณ์นี้กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ ประมาณ  22 นาฬิกา 30 นาที ของวันที่ 18 กันยายน  ที่หน้าร้านสนุกเกอร์ในซอยเพชรเกษม 77 แยก 2 กลุ่มวัยรุ่นมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน จากนั้นนายไปป์ชกต่อยกับคู่อริแต่ระหว่างชุลมุนจู่ๆ นายโย ก็ตรงเข้ามาหานายไปป์คล้ายจะร่วมชกต่อยด้วย นายแป๊ะพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ยจนทั้งสองฝ่ายแยกออกจากกัน แต่เหตุการณ์เริ่มกลับมาชุลมุนอีกครั้ง นายแป๊ะจึงบอกให้นายไปป์กลับบ้านไปก่อน จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปขอโทษนายโยแทนน้องชาย พร้อมกับเข้าสวมกอดแล้วเดินไปส่งนายโยขึ้นรถเก๋งสีบรอนซ์เทา หลังแยกย้ายกันกลับนายโยกลับขับกลับเก๋งไปไล่ยิงนายแป๊ะ จนเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุแม่ของนายโย ได้ประสานพาเข้ามอบตัว โดยนายโย อยู่ในอาการมึนเมาแต่ยังให้การได้อ้างว่าทำไปเพราะถูกนายแป๊ะและนายไปป์ รุมทำร้ายก่อน ไม่ใช่การเข้าเกลี่ยกล่อมตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

แม่ของนายโย เปิดใจกับเราว่าหลังเกิดเหตุลูกชายโทรศัพท์มาสารภาพผิดและบอกว่าจะฆ่าตัวตาย เธอจึงพยายามพูดจาเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว ยอมรับว่าลูกชายมีนิสัยก้าวร้าวและติดสุราอย่างหนัก ซึ่งหลังทราบเรื่องรู้สึกโกรธลูกชายเพราะไม่คิดว่าลูกจะมีจิตใจโหดเหี้ยมได้ถึงขนาดฆ่าคนตาย

เธอบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ลูกชายติดยาเสพติดและมักมีอาการหลอนคิดว่าภรรยามีชู้ จนเกือบทำร้ายร่างกายภรรยามาแล้วในฐานะของคนเป็นแม่  พยายามสั่งสอนให้ลูกกลับตัวเป็นคนดีแต่ลูกก็ไม่เชื่อฟัง ซึ่งหลังจากนี้ขอให้ตำรวจดำเนินคดีไปตามขั้นตอนกฎหมายไม่ขอสู้คดีหรือประกันตัวออกมาเพราะคนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ

ตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม พร้อมนำตัวส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย  เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าถูกอีกฝ่ายทำร้ายร่างกายด้วย

วันนี้ตำรวจต้องยกเลิกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ยินยอมและจากการประเมินสถานการณ์ พบว่ายังมีบรรดาญาติและกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตอยู่ในอาการโกรธแค้น อาจเกิดการรุมประชาทัณฑ์ ส่วนการดำเนินคดี ตำรวจได้แจ้ง 3 ข้อหาหนัก คือฆ่าผู้อื่นโดยเจตนายิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวฝากขังเช้าวันพรุ่งนี้

                                                                                                   จุฑารัตน์  มีช้าง

                                                                                                       รายงาน