เจาะเกาะติด-คู่กรณีแจงเหตุอดีตผู้ใหญ่บ้านร้องแจ้งตายทั้งที่ยังมีชีวิต ไม่เจตนา-เอกสารผิดพลาด

98

ความคืบหน้ากรณีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาอดีตผู้ใหญ่บ้านเข้าร้องทุกข์ หลังถูกบุคคลอื่นแจ้งตายทั้งที่ตัวเองยังมีชีวิตอยู่  โดยตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะมีขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชน หรือการเอาเงินประกัน ล่าสุดคู่กรณีเปิดใจกับทีมข่าวยืนยันไม่เจตนาแต่ผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่มีนามสกุล ไม่มีบัตรประชาชน มีเพียงทะเบียนบ้านที่ลงเลขประจำตัวประชาชนตรงกับผู้เสียหาย

นายประเสริฐ สุกแตง ชาวจังหวัดนครปฐม เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 หลังพบว่าถูกลูกสาวของญาติ ซึ่งขอย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม แจ้งตายที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี  โดยเหตุการณ์เกิดจากพ่อแท้ๆ ของเธอชื่อนายประเสริฐเหมือนกัน แต่ไม่มีนามสกุล กระทั่งปี 2559 นางสาวฤดี ได้ไปคัดทะเบียนบ้านที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี และใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาทรักษาพ่อ เนื่องจากพ่อไม่มีบัตรประชาชน จนเดือนมกราคมที่ผ่านมาพ่อของนางสาวฤดีป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิต ทางโรงพยาบาลก็ออกหนังสือรับรองการตายเป็นนายประเสริฐ สุกแตง

เรื่องนี้ถูกเปิดเผยเมื่อนายประเสริฐ สุกแตง กำลังจะเดินทางไปประเทศเมียนมา แต่ไม่สามารถข้ามไปได้เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่าเขาถูกแจ้งตายแล้ว นายประเสริฐ สุกแตง จึงตัดสินใจแจ้งความและร้องชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการสวมสิทธิบัตรประชาชน หรือการเอาวงเงินประกันชีวิต

ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่จังหวัดเพชรบุรี ตามเอกสารระบุว่าเป็นพื้นที่ที่มีการแจ้งตายให้นายประเสริฐ สุกแตง โดยมีโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรีออกใบรับรองการตาย และเทศบาลเมืองเพชรบุรีออกใบมรณะบัตร จนพบกับผู้แจ้งการตาย คือ นางสาวฤดี มนูเลิศ อายุ 42 ปี  ชาวอำเภอท่ายาง เธอยอมรับว่าได้ไปไกล่เกลี่ยกับนายประเสริฐ สุกแตง แล้วหลังเขามาแจ้งความที่ สภ.เมืองเพชรบุรี แต่คู่กรณีไม่ยอม

ยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่ขบวนการสวมสิทธิ์ หรือต้องการหาประโยชน์แต่ผู้เสียชีวิตเป็นพ่อของเธอ ซึ่งมีชื่อว่านายประเสริฐ ไม่ทราบนามสกุล เป็นชาวมอญตกสำรวจ ไม่เคยทำบัตรประชาชนแต่มีหลักฐานเพียงชิ้นเดียว คือทะเบียนบ้านของเธอเองที่ไปอาศัยบ้านเครือญาติในจังหวัดนครปฐม ซึ่งหนึ่งในเครือญาติคือนายประเสริฐ สุกแตง และเพิ่งมารู้ว่าทะเบียนบ้าน ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักตรงกับของพ่อ

ด้านรองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี ยืนยัน ตำรวจได้เรียก นายประเสริฐ สุกแตง และภรรยา นางสาวฤดี มนูเลิศ ซึ่งเป็นคนแจ้งตายและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี มาสอบปากคำทั้งหมดแล้ว จากพยานหลักฐานขณะนี้ เชื่อได้ว่าเป็นความผิดพลาดจากการออกเอกสารตั้งแต่ต้นเรื่องคือทะเบียนบ้านของนางฤดี มองว่าไม่ใช่ขบวนการสวมสิทธิ์ หรือมีเจตนาในการสวมชื่อ แต่หากฝ่ายผู้เสียหายต้องการตรวจสอบ ก็ต้องสืบไปถึงต้นทางที่ออกเอกสาร

ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี ได้ออกหนังสือขอเพิกถอนการเสียชีวิตให้กับนายประเสริฐ สุกแตง ชาวอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม แล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้ผู้เสียหายต้องนำมายื่นกับเทศบาลเมืองเพชรบุรี จากนั้นจึงจะมีการตั้งกรรมการสอบสวนภายในเพื่อหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ระบุยังคงตั้งข้อสงสัยกรณีที่นางสาวฤดีสามารถไปคัดทะเบียนราษฎร์ มาใช้ดำเนินการกรณีต่างๆ ในนาม นายประเสริฐ สุกแตง ทั้งที่ไม่มีบัตรประชาชน เจ้าหน้าที่คัดให้ได้อย่างไร โดยจะแจ้งความให้ตรวจสอบทั้งเจ้าหน้าที่และนางสาวฤดี ฐานแจ้งเท็จด้วย

                                                                                                        ธัญญารัตน์ ถาม่อย

                                                                                                               รายงาน