เจาะเกาะติด-มอบตัวแล้ว คนร้ายบุกยิงยกครัว จ.บุรีรัมย์ เร่งล่ามือยิงอีกคนที่ยังหลบหนี

200

คนร้ายที่ก่อเหตุบุกยิงคู่อริยกครัวในจังหวัดบุรีรัมย์ เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วหนึ่งคน อ้างขับรถพาเพื่อนไปตามหาคู่อริที่บ้านเท่านั้น โดยไม่รู้มาก่อนว่าเพื่อนจะเข้าไปก่อเหตุ ล่าสุดตำรวจยังเร่งล่ามือยิงอีกคนที่กำลังหลบหนี

ตำรวจเข้าตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งในตำบลสระแก้ว อำเภอหนองหงส์  จังหวัดบุรีรัมย์  หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้าไปกระหน่ำยิงยกครัวคู่อริภายในบ้านพัก ขณะกำลังนั่งล้อมวงรับประทานอาหารเย็นกันอยู่ กระสุนถูกนางสมหมาย พุทธา วัย 64 ปี เจ้าของบ้านบาดเจ็บสาหัสและนายคำจันทร์ แก้วพรม วัย 54 ปีซึ่งเป็นน้องชาย ถูกยิงเข้าที่กลางหลัง 2 นัด เสียชีวิต

ส่วนนายทองคำ พุทธา วัย 59 ปี สามีของนางสมหมาย กระโดดหนีออกทางหน้าต่างได้ทันรอดตายหวุดหวิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 1 ทุ่มของวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

พยานบอกว่าก่อนเกิดเหตุมีคนขับรถเก๋งมาวนเวียนในหมู่บ้าน ถามหาลูกชายของนางสมหมายหลายครั้ง ก่อนจะเข้าไปกระหน่ำยิงคนในบ้าน โดยคนร้ายยังประกาศขู่ฆ่าล้างโคตรก่อนขึ้นรถหลบหนีไป

นายทองคำเปิดเผยว่าผู้ก่อเหตุคือนายนุ ลูกชายเจ้าของร้านซ่อมรถ ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกสภาเทศบาล หรือ สท.ต่างถิ่น เคยมีเรื่องบาดหมางกับลูกชายของเขามาก่อนแต่ไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะโหดร้าย ถึงขนาดบุกยิงยกครัวจนภรรยาของเขาบาดเจ็บสาหัส  ส่วนน้องของภรรยาที่ไม่มีส่วนรู้เห็นก็ต้องมาจบชีวิตลง เพื่อสังเวยการล้างแค้น

ล่าสุดช่วงบ่าย 2 โมงวันนี้  นายต๊ะ หนึ่งในคนร้าย ที่เป็นคนขับรถและจัดหาปืนให้นายนุไปก่อเหตุ เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว เขาอ้างว่าวันเกิดเหตุขับรถกระบะสีแดงเข้าไปเล่นกับนายนุที่อู่ซ่อมรถ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรถเก๋งขับรถพานายนุไปตามหาคู่อริต่างหมู่บ้าน โดยไม่รู้มาก่อนว่านายนุจะลงไปก่อเหตุพร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนจัดหาปืนให้    ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ขณะที่ เมื่อวานนี้ อดีต สท. พ่อของนายนุ ได้เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ  อ้างว่าเมื่อวันที่  7 กันยายน  เขาถูกวัยรุ่นชาย 3 คน บุกไปทำร้ายร่างกายและใช้มีดฟันถึงในอู่ซ่อมรถจนได้รับบาดเจ็บ ตำรวจคาดว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายของเขาตามมาล้างแค้นคู่อริถึงในบ้าน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานทั้งหมดเพื่อหาความเชื่อมโยงและเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

                                                                                                  กรองทอง  จันทะบุรม

                                                                                                         รายงาน