รวบแล้ว ช่างซ่อมรถ จยย. ตระเวนงัดตู้เติมเงินมือถือ อ้างหาเงินเสพยาบ้า

756

ตำรวจรวบตัวหนุ่มช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ แอบนำรถของลูกค้าที่มาซ่อมไปก่อเหตุงัดแงะตู้เติมเงินโทรศัพท์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เจ้าตัวอ้างว่า เพื่อหาเงินไปเสพ ยาบ้า และไอซ์ทุกวัน หากวันไหนไม่ได้เสพ จะหงุดหงิด ซ่อมรถไม่ได้

เมื่อเวลา 01.22 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม 61 กล้องวงจรปิดหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ในซอยเอกมัย 76 เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร จับภาพคนร้ายเป็นชายสวมเสื้อเชิ้ตสีแดง กางเกงยีนขาสั้น สวมหมวกกันน็อกเต็มใบสีขาวสะพายกระเป๋าเป้สีดำไว้ด้านหน้า ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดบริเวณหน้าร้าน จากนั้นใช้คีมตัดเหล็กและอุปกรณ์ พยายามงัดแงะตู้เติมเงินโทรศัพท์ โดยทำอยู่นานกว่า 3 นาทีจึงสำเร็จ ก่อนนำเงินที่อยู่ภายในตู้เติมเงินใส่กระเป๋าเป้ แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ส.ค. 61 ตำรวจสามารถรวบตัวตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว คือนายอรุณสิทธิ์ ลิมประกมลศักดิ์ อายุ 36 ปี ขณะหลบหนีไปกบดานที่ห้องเช่าแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครปฐม พร้อมของกลางยาบ้า 20 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 1.28 กรัม รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิ๊กสีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมวกกันน็อก เสื้อผ้าที่ใส่ขณะก่อเหตุ กระเป๋าเป้ 2 ใบ คีมตัดเหล็กขนาดใหญ่ เหล็กงัดยางรถยนต์ และอุปกรณ์ที่ใช้งัดแงะตู้เติมเงินโทรศัพท์อีกจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน ผู้ต้องหา รับสารภาพเปิดร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ย่านกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร แต่ในช่วงกลางคืน จะขี่รถจักรยานยนต์ออกตระเวนงัดตู้เติมเงินโทรศัพท์ ตามแหล่งชุมชนในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยเลือกเฉพาะตู้สีเขียวแดง เพราะงัดแงะง่าย ก่อนจะนำเงินไปซื้อยาเสพติด เพราะหากไม่ได้เสพยาวันละ 4-5 เม็ด ก็จะเกิดอาการหงุดหงิดจนทำงานซ่อมรถไม่ได้

ส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุก็จะยืมจากคนรู้จักหรือแอบนำรถที่ลูกค้านำมาซ่อม ถอดแผ่นป้ายทะเบียนแล้วนำไปใช้ก่อเหตุ บางครั้งจะเปลี่ยนชุดสีรถด้วยเพื่อตบตาไม่ให้ถูกตามจับกุมตัวได้ง่าย

ตำรวจเปิดเผยว่าผู้ต้องหา ก่อเหตุตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน โดยทำมาแล้ว 13 ครั้งในหลายพื้นที่ทั่ว กรุงเทพมหานคร ทั้งในพื้นที่ สน. บางขุนเทียน สน.หนองค้างพลู สน.หนองแขม สน.ท่าข้าม สน.แสมดำ สน.หลักสอง สน.เทียนทะเล และสน.เพชรเกษม รวมได้เงินไปแล้วกว่า 17,000 บาท

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ในเคหะสถานโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป พร้อมดำเนินคดีตามหมายจับเก่า ในข้อหาครอบครองยาบ้าและไอซ์เพื่อจำหน่าย และข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

ขณะที่รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เตือนไปยังบริษัทเจ้าของตู้เติมเงินโทรศัพท์ให้ติดตั้งตู้เติมเงินในแหล่งที่ปลอดภัย พร้อมทำระบบป้องกันเตือนภัย หรือติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุ เพราะขณะนี้ในพื้นที่นครบาลมีตู้เติมเงินโทรศัพท์กว่า 14,000 ตู้ จาก 8 บริษัท โดยมีกว่า 200 ตู้ที่งัดแงะไปแล้ว มีบางตู้ที่คนร้ายไม่ สามารถนำเงินออกไปได้ ซึ่งจะเป็นตู้ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดี คือ มีเสียงสัญญาณเตือนภัยและมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด