ย้อนคดี “อดีตหลวงปู่เณรคำ” ก่อนถูกศาลตัดสินจำคุก 114 ปี

279

ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุก อดีตหลวงปู่เณรคำ ฐานฉ้อโกง, ฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์  รวมโทษจำคุกถึง 114 ปี นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างรอคำตัดสินในคดีกระทำชำเราเด็กหญิง ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปีด้วย เราย้อนไปดูพฤติกรรมของอดีตหลวงปู่เณรคำ ก่อนมาถึงบทสรุปวันนี้

ภาพพระภิกษุฆ์นั่งเครื่องบินส่วนตัว ใช้ของแบรนด์เนม พกเงินสดจำนวนมาก ถูกนำมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลและกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2556 นำไปสู่การสืบหาตัวพระภิกษุรูปนี้ ซึ่งต่อมาทราบว่า คือ พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นก็ มีภาพเณรคำ ในเชิงลบอยู่เรื่อยๆ รวมถึงภาพที่นอนอยู่กับหญิงสาว แต่กลับมีนายสุริ สุขผล  น้องชายของเณรคำ ออกมาอ้างว่าเป็นตัวเอง เพราะมีหน้าตาคล้ายกัน

ต่อมาพบว่าเณรคำ มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนที่มีจิตศรัทธาเรียกรับเงินบริจาค โดยอ้างว่านิมิตถึงพระอินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี ทำให้มีการรวบรวมข้อมูลเข้าร้องทุกข์ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่าด้วย พฤติการณ์อวดอุตริ อภินิหาร นำไปสู่การสืบหาหลักฐาน กระทั่งพบความจริงว่าพระแก้วมรกตที่สร้างนั้น แท้จริงแล้วทำจากผงเรซินผสมหินสีเขียว

ความจริงเริ่มถูกเปิดเผยเรื่อยๆ หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษลงพื้นที่ตรวจสอบ พบข้อมูลมีชื่อเณรคำครอบครองรถยนต์หรูหลายสิบคัน รวมถึงมีบัญชีเงินฝากในธนาคารรวมกว่า 200 ล้านบาท นั่นทำให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมั่นใจว่า เณรคำมีพฤติกรรมเข้าข่ายฟอกเงิน และฉ้อโกงประชาชน นำไปสู่การออกหมายจับและเสนอให้ อาบัติปาราชิก แต่ไม่ทันเนื่องจาก เณรคำเดินทางหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่เริ่มมีการสืบสวน

2 ปีผ่านไปมีการเผยแพร่ภาพอดีตหลวงปู่เณรคำ ในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างศาลาที่ เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา กระทั่งวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 ศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้ส่งตัวนายวิรพล เป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทย

ผ่านมาเกือบ 1 ปี ที่นายวิรพล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ วันนี้ ศาลได้เบิกตัวมาฟังคำพิพากษา ซึ่งขณะเขาถูกคุมตัวลงจากรถ มีสีหน้าที่ ยิ้มแย้ม โดยศาลพิเคราะห์แล้ว จึงพิพากษาให้จำคุก 87 ปี ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ให้จำคุก 24 ปี ความผิดฐานฟอกเงิน และให้จำคุก 3 ปี ฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมแล้วให้จำคุก 114 ปี แต่ตามกฎหมายกำหนดให้ลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี คงเหลือให้จำคุก 20 ปี และชดใช้เงินตามจริงให้กับผู้เสียหาย 29 คน เป็นเงินกว่า 28 ล้านบาท

ส่วนอีกคดีที่อัยการโจทก์ฟ้องนายวิรพลในข้อหากระทำชำเราเด็กหญิง ซึ่งมีพยานบุคคลเป็นผู้เสียหายยืนยันชัดเจน  ขณะนี้ศาลอาญายังไม่มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอนับโทษต่อ โดยจะนัดพิพากษาใน เดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจากพยานหลักฐานที่มีสามารถ เอาผิดนายวิรพลได้ โดยโทษหนักของข้อหานี้ คือจำคุกสูงสุด 20 ปี ถือเป็นการปิดฉากคดีอื้อฉาววงการสงฆ์ไทย ที่เป็นข่าวโด่งดังยาวนานเกือบ 6 ปี

จุฑารัตน์  มีช้าง

รายงาน