ไล่ล่าระทึกข้ามจังหวัด ตร.ยิงสกัดโชเฟอร์รถบรรทุกพ่วงเมายาแหกด่าน

230

เกิดเหตุการณ์ไล่ล่าระทึกกลางเมืองลพบุรี เมื่อโชเฟอร์รถบรรทุกพ่วงเสพยาบ้าขับรถแหกด่านตรวจ ตำรวจพยายามนำกำลังปิดล้อมไล่ล่า ขณะที่ผู้ก่อเหตุแม้จะถูกยิงยางสกัด แต่ยังคงขับรถหนี มุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี ท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้ชาวบ้าน กระทั่งสุดท้ายจนมุม อ้างก่อเหตุเพราะกลัวถูกจับคดีเสพยาเสพติด

ภาพนาทีระทึกกลางเมืองลพบุรี ขณะตำรวจทางหลวงและตำรวจภูธรลพบุรี  นำกำลังไล่ล่ารถบรรทุกพ่วง 22ล้อ หมายเลขทะเบียน 77-3044 กรุงเทพมหา – นคร ขับแหกด่านตรวจ บนถนนสายพุแค-หล่มสัก ตำบลช่องสาลิกา เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 8 สิงหาคม โดยมีกำลังอีกชุดเตรียมเหล็กแหลม วางขวางทาง บริเวณสามแยกไฟแดง เลี่ยงเมืองลพบุรี

รถบรรทุกพ่วง ขับชนเหล็กแหลมที่วางขวางทาง รถตำรวจที่ตามมาจึงเร่งเครื่องแซง เพื่อปิดล้อม โดยมีรถตำรวจอีกส่วนขับนำ ประกาศให้ประชาชนที่กำลังสัญจรออกจากเส้นทาง เพื่อตั้งด่านสกัดอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล ตำรวจไล่ล่าข้ามจังหวัด มาจนถึงบริเวณแยกไฟแดงโรงเรียนสุธีวิทยา อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี จึงประสานกำลังช่วยกันปิดล้อม และเปิดฉากยิงสกัดยางรถยนต์

โชเฟอร์รถบรรทุกพ่วงตัดสินใจ ขับปีนข้ามเกาะกลางถนน แล้วย้อนหนีเข้าตัวเมืองลพบุรีอีกครั้ง ตำรวจยังคงติดตาม  โดยใช้จักรยานยนต์ ไล่ล่ายิงยางในระยะประชิด รถบรรทุกพ่วงยังคงหลบหนีเข้าเมืองต่อ แม้ยางรถที่ถูกระดมยิงสกัดตลอดเส้นทางจะเริ่มแตก จนถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 145 กลางเมืองลพบุรี ซึ่งมีรถของชาวบ้านจอดติดอยู่จำนวนมาก

ตำรวจจราจรลพบุรี ตั้งด่านปิดถนนตลอดเส้นทาง จนรถทุกคันไม่สามารถขยับได้ แต่รถบรรทุกพ่วงที่อยู่ในสภาพยางแตก ก็ยังพยายามจะขับปีนเกาะกลางถนนหนีต่อ แต่สุดท้ายก็จนมุม

ตำรวจตรวจค้นตัวโชเฟอร์รถบรรทุกพ่วง คือนาย อาคม สุจันทร์ อายุ 34 ปี ไม่พบอาวุธหรือสิ่งของผิดกฎหมายทั้งที่ตัวและในรถ แต่เขายังอยู่ในอาการคล้ายคนเมายาเสพติด และอ้างว่าสาเหตุที่ขับรถแหกด่านตรวจ หลบหนีการไล่ล่าข้ามจังหวัด เพียงเพราะกลัวจะถูกจับ เนื่องจากเขาหนีคดี เสพยาเสพติดขณะขับรถ

เจ้าหน้าที่ตรวจร่างกายพบว่าผู้ต้องหาเสพยาบ้า เบื้องต้น แจ้ง 4 ข้อหา คือเสพยาบ้า เสพยาเสพติดขณะขับรถ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย และขับรถโดยประมาท ล่าสุดยังอยู่ระหว่างคุมตัวสอบปากคำเพิ่มเติม และขยายผล เนื่องจากคาดว่าขณะหลบหนีบางช่วง คนร้ายอาจโยนสิ่งผิดกฎหมายทิ้งไประหว่างทาง

ธัญญารัตน์  ถาม่อย

รายงาน