ผบ.หน่วยซีล ย้ำภารกิจถ้ำหลวงสุดโหด – เสียงฮูย่าต้อนรับดังกึกก้อง

60

เมื่อวานหน่วยซีลที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ก็เดินทางกลับหน่วยด้วยเครื่องบินของกองทัพไปลงที่สนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง ท่ามกลางการต้อนรับของกองทัพเรือและครอบครัวอย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่น โดยได้ร่วมกันตะโกนคำว่า ฮูย่า ฮูย่า ฮูย่า ดังกึกก้องไปทั้งสนามบิน       

เมื่อเวลา 14.00 น.หน่วยซีลและหน่วยสนับสนุนที่ไปร่วมปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ทั้งหมด 159 นาย ก็เดินทางมาถึงสนามบินอู่ตะเภา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ด้วยเครื่องบินซี 130 ของกองทัพบก และเครื่องบินแอมแบร์ของกองทัพเรือ เจ้าหน้าที่ใช้รถดับเพลิงฉีดน้ำเป็นสายระหว่างเครื่องบินวิ่งเข้ามาจอดเป็นการต้อนรับ

พลเรือเอกรังสฤษฏ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้แทนพลเรือเอกนริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นประธานต้อนรับ คนแรกที่ลงมาจากเครื่องบินคือพลเรือตรีอาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือหรือหน่วยซีลมอบพวงมาลัยและดอกไม้ จากนั้นก็ตามมาด้วยหน่วยซีลทั้ง 127 นาย เจ้าหน้าที่กรมเวชศาสตร์ใต้น้ำ กองเวชศาสตร์ใต้น้ำ กรมการแพทย์ทหารเรือ 32 นาย ทุกนายสวมหน้ากากอนามัยปิดปาก-จมูก นั่งรถเข้าไปตรวจสุขภาพที่จุดคัดกรอง

พลเรือตรีอาภากรได้กล่าวขอบคุณผู้ใต้บังคับบัญชาอีกครั้ง ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่จนสำเร็จลุล่วง ก่อนจะกล่าวคำว่า ฮูย่า ฮูย่า ฮูย่า ดังกึกก้องไปทั้งสนามบินอู่ตะเภา ร่วมกับบรรดาครอบครัวทหารที่มารอต้อนรับ

พลเรือตรีอาภากรเล่าย้อนภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้ว่า หลังรับโทรศัพท์จากผู้บังคับบัญชาให้จัดกำลังไปในคืนแรก ก็ระดมกำลังพลไปปฏิบัติงานโดยด่วน ถึงเชียงรายตี 2 เข้าพื้นที่ตี 4 เข้าไปในถ้ำทันที เราทุ่มเทปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ แม้เจออุปสรรคมากมายเพราะเมื่ออุปสรรคอยู่ตรงหน้าเราไม่ท้อถอย แต่การกู้ภัยในถ้ำเป็นเรื่องยาก จึงมีกำลังพลของกองทัพเรือที่สามารถเข้าไปในพื้นที่นั้นได้ เราต้องเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน เราคิดว่าเราฝึกคนมาทำงานเสี่ยงๆ ถ้างานง่ายๆ ไม่ถึงมือเรา

นาวาเอกอนันท์ สุราวรรณ์ ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 กล่าวย้ำว่า ภารกิจครั้งนี้มีความยากลำบากในการเข้าพื้นที่เป้าหมาย มีความเสี่ยงเพราะในถ้ำมืด ทัศนวิสัยเป็นศูนย์ น้ำเย็นและขุ่น บางช่วงมีหินย้อยเป็นอุปสรรคในการดำน้ำ กำลังพลไม่เคยมีประสบการณ์จึงต้องแก้ปัญหาวันต่อวัน การทำงานมีความเสี่ยงตลอดเวลา การส่งน้องออกไปทุกครั้งคิดเสมอว่า มีความสำเร็จแค่ 50 แต่เราไม่มองที่ความสูญเสีย เราเดินหน้าต่อไปและโชคดีที่ทีมงานซีลแนวหน้า แม้รู้ว่างานเสี่ยงอาจไม่ได้กลับมาอีกทุกคนก็เต็มใจออกไปโดยที่ไม่มีเกี่ยงงอน

ก่อนแยกย้ายขึ้นรถกลับหน่วย ชาวบ้านและครอบครัวทหารเรือจำนวนมาก ขอถ่ายรูปคู่กับพลเรือตรีอาภากร รวมทั้งมอบดอกไม้ให้กับหน่วยซีล บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น