หนุ่มฆ่าโหดเพื่อนร่วมงาน ยัดศพทิ้งบ่อเกรอะ

273

ชายวัย  35  ปีอ้างเกิดอาการหลอนเห็นเพื่อนร่วมงานเป็นผีดูดเลือด อาศัยจังหวะที่ทุกคนนอนหลับ จ้วงแทงเพื่อนร่วมงานถึง  18  แผล  ก่อนลากศพโยนทิ้งอำพรางในบ่อเกรอะ

ตำรวจนครบาลศาลาแดงเข้าตรวจสภาพศพของนายสามนวล ชายแสง วัย 30 ปี หลังเขาถูกฆาตกรรมเสียชีวิตที่บ้านพักคนงานหลังหนึ่ง ซึ่งเปิดเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงภายในซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 18 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร สภาพศพถูกทิ้งอำพรางอยู่ในบ่อเกรอะหลังบ้าน  เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพพบตามร่างกายมีบาดแผลถูกแทงถึง 18 แผล ถัดมาไม่ไกลบริเวณหน้าห้องนอนของนายสามนวล  พบว่าประตูกระจกหน้าห้องนอนถูกกระแทกจนแตก เศษกระจกตกกระจายเต็มพื้น โดยที่เกิดเหตุมีนายก๋อง แสงเจริญชัยชนะ วัย 35 ปี กำลังล้างคราบเลือดและเก็บกวาดเศษกระจกที่แตกอยู่ เขารับสารภาพกับตำรวจว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านายสามนวลเอง ตำรวจจึงคุมตัวไปสอบปากคำ  ก่อนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทันที

นายบุญชัย  แสงเพชรวรกุล พี่ชายผู้ต้องหาซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน  เล่าว่าช่วงตี 5 ที่ผ่านมา ขณะที่เขากำลังนอนหลับอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่ง จู่ๆมีคนงานโทรศัพท์มาบอกว่าประตูห้องนอนถูกล็อกจากข้างนอก ออกจากห้องไม่ได้ เขาจึงปีนประตูรั้วเข้ามาดู พบน้องชายกำลังล้างพื้นบ้านอยู่บริเวณหน้าห้องนายสามนวล แต่ไม่พบเจ้าของห้อง  จึงถามน้องชายว่าเกิดอะไรขึ้นแต่น้องชายไม่ยอมตอบ เขาจึงเปิดไฟและเดินไปดูที่หลังบ้าน

หลังพบศพนายบุญชัยได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจก่อนจะเดินมาสอบถามนายก๋อง ถึงสาเหตุที่ฆ่านายสามนวล ซึ่งนายก๋องบอกกับเขาว่าเห็นนายสามนวลเป็นผีดิบจะเข้ามาดูดเลือด จึงต้องฆ่านายสามนวลก่อน โดยได้นำกุญแจไปล็อกห้องพักของคนงานคนอื่นไว้ เพื่อไม่ให้ออกมาขัดขวาง จากนั้นได้เข้าไปทำร้ายนายสามนวลจนเสียชีวิต

ผู้เป็นพี่เปิดเผยว่าน้องชายเป็นคนพูดน้อยและไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ตกดึกก็มักจะมีอาการแปลกๆ คือชอบออกมาล็อกห้องนอนเพื่อนร่วมงานเป็นประจำเพราะเกรงว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายตัวเอง

ตำรวจนำตัวนายก๋องไปสอบปากคำต่อที่สถานีตำรวจนครบาลศาลาแดง เบื้องต้นนายก๋องรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง  แต่ยังให้การวกวนพูดจาไม่รู้เรื่อง ตำรวจจึงส่งเขาไปตรวจสอบหาสารเสพติดในร่างกาย พร้อมเตรียมส่งตัวไปตรวจสอบว่ามีอาการทางจิตหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

                                                                                                        กรองทอง จันทะบุรม

                                                                                                               รายงาน