เปิดใจหนุ่มโรงงานฮีโร่ ฝ่าเปลวเพลิงไหม้รถ ช่วยชีวิตหนูน้อย

94

กรณี รถเก๋ง คันหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุ จนเกิดไฟลุกท่วม ทำให้ 4 ชีวิต หวิดดับยกบ้าน โชคดีที่พลเมืองดีฝ่า เปลวเพลิง เข้าช่วยเหลือได้ทัน ล่าสุด ลูกสาวเผยเตือนพ่อแล้วไม่ฟัง เมาแล้วขับจนเกิดเหตุขึ้น ขณะที่หนุ่มโรงงานฮีโร่ ที่ช่วยชีวิตหนูน้อย 2 คน เผยวินาที ตัดสินใจ ยืนยันไม่ว่าจะเป็นอย่างไร

เป็นคลิปภาพเหตุการณ์นาทีชีวิต หลังจากรถเก๋ง คันหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุ เกิดเพลิงไหม้ท่วมทั้งคันอย่างน่ากลัว แต่ยังโชคดีที่มีเหล่าพลเมืองดี เข้าไปช่วยอุ้มเด็ก2คน ที่ยังติดอยู่ในรถออกมา ขณะที่ด้านนอกรถ พลเมืองดี ต่างช่วยกันลากร่างของผู้หญิงที่เป็นแม่หนูน้อย

ออกห่างจากตัวรถ อย่างทุลักทุเล และก่อนหน้านี้ได้ช่วยชายคนขับรถ ออกมาก่อนแล้ว จนกลายเป็นกระแสชื่นชมความมีน้ำใจและใจกล้า ของเหล่าพลเมืองดีกันอย่างล้นหลาม เหตุเกิดขึ้นที่ ใต้สะพานกลับรถถนนมิตรภาพช่วงหลักกิโลเมตรที่ 105 อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งก่อนหน้านี้ นายอุดมเดช ประเสริฐชัยโชคดี หรือแมน อายุ 41 ปี เจ้าของคลิป และเป็นหนึ่งในกลุ่มพลเมืองดีได้ออกมาเปิดเผยนาที เข้าไปช่วยแม่เด็ก พร้อมกับยังกล่าวชื่นชม ชายคนหนึ่ง ที่เป็นผู้ช่วยเหลือเด็กน้อย2คน

ล่าสุด พบว่าชายคนดังกล่าว เป็นพนักงานบริษัท ซันกิ ควอลิตี้ โปรดักส์ จำกัด อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร  ทราบชื่อคือ นายประสิทธิ์ สารบรรณ เป็นพนักงานขับรถส่งสินค้า เปิดเผยว่า พอเห็นเหตุการณ์รีบจอดรถลงไปช่วยเหลือก็เห็นว่า มีพลเมืองดีคนอื่น ช่วยคนที่เป็นแม่ออกมา

 ส่วนคนขับที่ถูกไฟลวก ก็ถูกช่วยออกมาแล้ว ตนเองจึงกำลังจะเดินกลับไปที่รถ แต่ได้ยินเสียงแม่ของเด็กตะโกนว่า ให้ช่วยเด็กด้วย มีเด็กติดอยู่ข้างในรถ ซึ่งช่วงนั้นไฟ กำลังลุกไหม้ขึ้น แต่ตอนนั้น ตัดสินใจทันทีว่า ต้องเข้าไปช่วยโดยไม่คิดห่วงชีวิตตัวเองว่าจะเป็นอะไร คิดเพียงแค่ว่าต้องเอาเด็กออกมาให้ได้ และต้องให้เด็กปลอดภัยมากที่สุด จึงวิ่งฝ่าเพลิงไหม้เข้าไปอุ้มเด็กๆออกมา

ขณะที่ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลพัฒนาระบบ บอกว่า บริษัทรู้สึกภาคภูมิใจกับนายประสิทธิ์ ในการทำความดี     ต่อสังคมเป็นอย่างมาก โดยจะมีการประกาศเกียรติคุณ ยกย่องเชิดชูเกียรติและมีรางวัลมอบให้ด้วย ส่วนเพื่อนๆพนักงานต่างแสดงความชื่นชมและขอถ่ายภาพด้วย

ขณะที่ นางสาวนิภาพร หงวนศรี ผู้หญิงที่ในคลิปซึ่งบาดเจ็บสาหัสขาขวาหัก  เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ  ตนเองกับนายเบี้ยว ผู้เป็นพ่อ  ได้พาลูกสาวของตนและหลานอีกคน ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จากนั้นก็ได้เดินทางกลับ แต่สังเกตเห็นว่า พ่อมีอาการมึนเมา จึงขอร้องให้หาญาติที่รู้จักกันในตัวเมืองมาขับแทน แต่ผู้เป็นพ่อไม่ฟัง ยืนยันว่าสามารถขับรถไหว พอออกจากตัวเมือง ก็เร่งเครื่องขับอย่างเร็ว ระหว่างนั้น พยายามบอกพ่อว่า ให้หยุดรถเพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ แต่พ่อก็ตะคอกใส่ จนตนต้องเงียบไป จากนั้นไม่นานก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น

สำหรับผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 คน ได้ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาแล้ว โดยนายเบี้ยว ซึ่งเป็นคนขับกระเด็นออกมาจากตัวรถ และศีรษะได้กระแทกกับพื้นถนน ขณะนี้ยังอาการสาหัส พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ส่วนนางสาวนิภาพร แพทย์อยู่ระหว่าง เตรียมผ่าตัด ส่วนเด็กเล็กทั้ง 2 คน บาดเจ็บเล็กน้อย ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว โดย ตำรวจ สภ.สีคิ้ว  ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายเบี้ยว โดยต้องรอให้รักษาอาการบาดเจ็บให้ดีขึ้นก่อน จึงจะเรียกตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง