ปส. บุกจับกลุ่มผู้ต้องหา โยงเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ เร่งขยายผล

264

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดบุกจับ ผู้ต้องหารายสำคัญ เครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ จำนวน 3 คน ที่มีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงิน ให้กับกลุ่มนักค้ายาโดยมีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้าน บาท

ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้ารวบตัวนางสาวทับทิม ใหญ่ทอง พร้อมนางสาวเมวิกา ชาญอาวุธ ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงิน ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ติดด่านพรมแดนอำแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยสืบทราบว่า ผู้ต้องมีพฤติกรรมเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ มีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กับกลุ่มนักค้ายาชาวเมียนมา โดยใช้บัญชีธนาคารของตัวเอง รับโอนเงิน

ก่อนจะตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มในพื้นที่อำเภอแม่สาย นำมาซุกซ่อนไว้ในล๊อกเกอร์เก็บของพนักงานเพื่อรอให้เครือข่ายมานำเงินออกนอกประเทศ โดยยอมรับว่า ทำมานานเกือบ 1 ปี ยอดเงินสูงสุดแต่ละครั้งที่รับโอนจะไม่เกิน 5 แสน บาท แต่อ้างว่าไม่ทราบว่าเงินจำนวนนี้มาจากการค้ายาเสพติด

ขณะที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดอีกชุด เข้าจับนางสาวหอมนวล ยอดอ่อน สัญชาติไทยเมียนมา ผู้ต้องหาตามหมายจับฟอกเงิน โดยจับได้ในร้านกาแฟใกล้กับห้างสรรพสินค้า ผู้ต้องหายอมรับว่า รู้จักกับนางสาวทับทิม เพราะทำงานที่เดียวกัน และรับเงินจากนางสาวทับทิมจริง แต่ปฎิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขัดแย้งกับแนวทางการสืบสวน ที่พบว่า ผู้ต้องหารายนี้ มีความเชื่อมโยงกับ นางสาวทับทิม และเมวิกา มีหน้าที่นำเงินออกจากล็อกเกอร์ แล้วแบ่งเงินใส่กระเป๋าของนักเรียน ที่เดินข้ามพรมแดน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

ต่อมาตำรวจปราบปรามยาเสพติดนำตัวผู้ต้องหาทั้ง3คน ไปตรวจค้นล็อกเกอร์ที่ใช้ซุกซ่อนเงินของเครือข่ายค้ายาเสพติด ในห้างสรรพสินค้า ที่ทำงาน พบเงินสดบรรจุใส่ซองเอกสาร จำนวน 2 ล้าน 5 หมื่นบาท การบุกจับครั้งนี้  เป็นการขยายผล มาจากการจับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้า กว่า 6 หมื่นเม็ด ย่านนนทบุรี เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่ายมา

ผู้ต้องหากลุ่มนี้ ถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญของขบวนการค้ายาเสพติด โดยขนเงินจากการค้ายบาออกนอกประเทศ เพื่อนำไปให้นายทุนสั่งผลิตยาเสพติดในครั้งต่อไป พบว่าภายใน 10 เดือน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีผู้ต้องหา กว่า 200 ล้านบาท นอกจากผู้ต้องหากลุ่มนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังพบข้อมูลเชื่อมโยงกับผู้ต้องหารายสำคัญอีกจำนวนมาก หลังจากนี้จะมีการขยายผลเพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

ไพจิตร ภานนท์

รายงาน