ตำรวจแย้งทั้ง 5 ข้อหาที่ไม่ฟ้อง ”เปรมชัย” ยื่นถึงอัยการให้พิจารณาใหม่

628

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันเตรียมทำความเห็นแย้งทุกกรณี หลังอัยการภาค 7 มีความเห็น ไม่ฟ้อง 5 ข้อหา ฟ้องเพียงแค่ 6 ข้อหา จากที่ตำรวจเสนอไป 11 ข้อ ระบุเป็นความเห็นทางคดี ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างตำรวจกับอัยการ

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีอัยการภาค 7 มีความเห็น       สั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ใน 5 ข้อหา และสั่งฟ้อง 6 ข้อหา ว่า อำนาจการฟ้องหรือไม่ฟ้องเป็นอำนาจของพนักงานอัยการ

เมื่อมีหนังสือถามความเห็นจากพนักงานสอบสวนก็ต้องชี้แจงในแนวทางเดิม คือสั่งฟ้องทุกข้อหา โดยตำรวจเห็นแย้งทุกข้อหาที่ไม่สั่งฟ้องอยู่แล้ว คาดว่าประมาณสัปดาห์หน้าอัยการภาค 7 จะส่งความเห็นมาจากนั้นจะเรียกประชุมแนวทางที่ตำรวจเห็นแย้ง ส่วนกรอบระยะเวลาก็เป็นไปตามอายุความ หากทำความเห็นเสร็จก็จะส่งกลับไปที่อัยการภาค 7 จากนั้นอัยการภาค 7 จะส่งไปที่อัยการสูงสุดเอง ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้มีความขัดแย้งกับอัยการ

พลตำรวจเอกศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ตำรวจเห็นแย้ง ทุกข้อหาที่ไม่สั่งฟ้อง เช่น เรื่องพยายามล่าสัตว์ที่สั่งฟ้องนายธานี ทุมมาศ แต่ไม่สั่งฟ้องคนอื่น นายธานี เอาปืนของนายเปรมชัยไปยิง ถ้าไม่ผิดก็ต้องมีความผิดฐานสนับสนุน

ส่วนการเข้าไปหรือพาอาวุธปืนเข้าไป การอนุญาตเป็นอำนาจเขตบ้านโป่ง หรือผู้อำนวยการสำนักในกรุงเทพฯ ทางกรมยืนยันมาแบบนี้ ประกอบกับกรณีนี้รัฐเสียหาย ค่าธรรมเนียมไม่ได้เก็บ ยืนยันเห็นแย้งตามกฎหมาย ถ้าทำทองไม่รู้ร้อนก็ถูกสังคมต่อว่าอีก ทุกอย่างควรสิ้นสุดที่ศาล เพราะเป็นเรื่องที่รัฐเสียหาย

ขณะที่ นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สำหรับ 6 ข้อหาที่อัยการสั่งฟ้องนายเปรมชัย ถือเป็นคดีหลักที่มีความครอบคลุมในการกระทำความผิด ส่วนที่เหลือถือเป็นคดีประกอบ ซึ่งศาลจะพิจารณาคดีหลักที่มีโทษสูงเป็นหลัก จึงถือว่าเรายอมรับได้

ส่วนค่าเสียหายทางคดีอาญาเกี่ยวกับเสือดำที่ถูกยิงตาย 4.6 แสนบาทนั้น คงเป็นการคำนวณเฉพาะในส่วนของเสือดำ ซึ่งกรมอุทยานฯ ยังต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ทางแพ่งคู่ขนานไปกับในส่วนของคดีอาญาด้วย