อัยการสั่งฟ้อง”เปรมชัย”6 ข้อหา เรียกค่าเสียหาย 4.6 แสนบาท

564

คดีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) และพวก รวม 4 คน ที่เข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ล่าสุดอัยกา ภาค7 มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหา และไม่สั่งฟ้อง 5 ข้อหา เรียกค่าเสียหาย 4.6 แสนบาท

ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ผู้ต้องหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี

ล่าสุดเมื่อวานนี้ นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 พร้อมคณะทำงานอัยการ แถลงว่า มีคำสั่งฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต จำนวน 6 ข้อหา ประกอบด้วย

– ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต

– ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต

– ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

– ร่วมกันครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

– ร่วมกันซ่อนเร้น พาเอาไปเสีย หรือรับไว้ ซึ่งซากสัตว์ป่าที่ได้จากการกระทำความผิด

– ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

และสั่งไม่ฟ้องใน 5 ข้อหาคือ

-ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากนายเปรมชัย ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนดังกล่าว และตำรวจก็เสนอเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง

-ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหานี้สั่งไม่ฟ้องเพราะ  นายเปรมชัยและคณะได้รับอนุญาตจากหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อีกทั้งตามกฎหมายแล้วกำหนดเป็นความผิด แต่ไม่ได้กำหนดโทษไว้ เพียงแต่มีโทษทางปกครอง

-ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับการล่าสัตว์ป่า

ข้อหานี้ก็เช่นกันคือมีบทกฎหมายความผิด แต่ไม่ได้กำหนดโทษไว้

-ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งไม่ฟ้องเพราะ ข้อเท็จจริงฟังได้เพียงแต่ว่า ผู้ต้องหาที่ 4 คือนายธานี ทุมมาศ เป็นคนพยายามล่าสัตว์ป่า

-ร่วมกันกระทำการทารุณสัตว์โดนไม่มีเหตุอันควร

สั่งไม่ฟ้องเพราะ ยังมีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าการที่พวกเขายิงเสือดำเป็นการกระทำที่ทารุณ ตามที่ตำรวจเสนอ เห็นควรสั่งไม่ฟ้องมา นอกจากนี้ พนักงานอัยการภาค7 ได้เรียกค่าเสียหายจาก ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำนวน 462,000 บาท ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามที่ได้บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ

ส่วนการเรียกร้องค่าเสียหายตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ต้องดำเนินการฟ้องร้อง         ทางแพ่งต่อไป ซึ่งขณะนี้พนักงานอัยการภาค 7 ได้ส่งสำนวนคดีกลับไปให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อให้พิจารณาว่ามีความเห็นชอบกับพนักงานอัยการหรือไม่ หากเห็นชอบก็จะส่งสำนวนคดีกลับมาให้พนักงานอัยการภาค 7 ยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 1-2 วัน แต่หากมีความเห็นแย้ง ก็จะต้องส่งสำนวนให้สำนักอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด