เปิดใจผู้รอดชีวิต เหตุรถทัวร์หลุดโค้ง โศกนาฏกรรม 18 ศพ

345

กลายเป็นโศกนาฏกรรมหมู่  เมื่อรถทัวร์ที่พานักท่องเที่ยวชาวกาฬสินธุ์ทั้งหมด 53 คน กลับจากเที่ยวที่จังหวัดจันทบุรี  เกิดอุบัติเหตุเสียหลักพุ่งข้ามฝั่งชนต้นไม้  มีผู้เสียชีวิตมากถึง 18 คน โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตบางคนได้ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก ให้เห็นบรรยากาศความสนุกสนานระหว่างเดินทางกลับ  แต่หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงเคราะห์ร้ายก็เกิดขึ้นกับพวกเขา

19 มีนาคม กลุ่มครอบครัวธุรกิจโรงสีขนาดเล็กในเมืองกาฬสินธุ์ทั้งหมด 53 คน เดินทางด้วยรถทัวร์ไปเที่ยวที่จังหวัดจันทบุรี กระทั่งถึงวันกำหนดกลับในช่วงเช้าของวันที่ 21 มีนาคม รถทัวร์นำเที่ยวพร้อมผู้โดยสารที่มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้เดินทางกลับ โดยใช้เส้นทางถนน 304 ผ่านอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

จากภาพไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้โดยสารบางคน ทำให้รู้ว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันร้องเพลงด้วยความสนุกสนาน บรรยากาศเหล่านี้กลายเป็นคลิปวีดีโอบันทึกความสุขครั้งสุดท้ายของผู้โดยสาร 18 ชีวิตบนรถทัวร์คันนี้ เพราะระหว่างเดินทางอยู่บนถนน 304 ผ่านเส้นทางเขาปักธงชัย ในอำเภอวังน้ำเขียว  ปรากฏว่ารถทัวร์เกิดอุบัติเหตุหลุดโค้งชนกับแท่งแบริเออร์คอนกรีต ก่อนพุ่งข้ามฝั่งไปชนต้นไม้กระทั่งเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น

นาทีที่รถทัวร์พุ่งข้ามถนนชนต้นไม้ก่อนจะพุ่งชนแผงร้านค้าริมถนน  เป็นช่วงที่ชาวบ้านบางคนนั่งกินข้าวอยู่ในร้านค้า ที่รถทัวร์พุ่งชน เธอเล่าวินาทีเฉียดตาย ให้เราฟัง

รถทัวร์ที่ประสบอุบัติเหตุ อยู่ในสภาพพังเสียหาย โดยชั้นสองของรถขาดกระจาย เพราะชนเข้ากับต้นไม้ขนาดใหญ่ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่กระเด็นออกนอกรถ อาสาสมัครกู้ภัยฮุก 31 จังหวัดนครราชสีมา ระดมเครื่องตัดถ่างเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ซึ่งสามารถช่วยนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ  ยกเว้นผู้โดยสาร  18 คนที่เสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ

ตลอดทั้งวันนี้ญาติของผู้เสียชีวิตได้ทยอยเดินทางมารับศพของผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมด ท่ามกลางความโศกเศร้า ขณะที่ทางตำรวจยังคงเร่งสอบสวนสาเหตุของโศกนาฏกรรมบนท้องถนนในครั้งนี้  โดยยังไม่ได้ปักใจเชื่อว่า รถทัวร์เบรกแตกตามคำให้การของคนขับ

ส่วนคนขับรถทัวร์ที่ประสบเหตุอาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งทางตำรวจได้อายัดตัวไว้สอบสวน เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ  เตรียมดำเนินคดีต่อไป

                                                                                                           ชนะชัย แก้วผาง

                                                                                                              รายงาน