Special ปุ๊กลุก คุยทุกเรื่องถึง แม่อายสะอื้น

884

 กระแสละคร “แม่อายสะอื้น” ฮอตตั้งแต่ออกสตาร์ท เกิดเสียงชื่นชมการประชันบทของนักแสดงในเรื่องมากมาย โดยเฉพาะ “ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล” นางเอกสาวประจำเรื่อง ที่รับบทดาวนิล สาวที่เผชิญเรื่องราวสุดแสนรันทด  งานนี้เลยขอจับนางเอกฝีมือดีมาพูดคุยฉบับ Q & A ถามมาตอบไปแบบตรง ๆ ทุกเรื่องราว

Q : สิ่งที่ยากที่สุดในบท “ดาวนิล”

A : บท ดาวนิล ยากที่สุดคือการร้องไห้ที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุ  คือในละครดราม่าปกติจะร้องไห้ไม่กี่เรื่อง แต่ แม่อายสะอื้น ร้องหลายเรื่องมาก ทั้งเพราะเสียตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องจินตนาการ และคุยกับครูสอนการแสดง  แล้วพอเป็นดาราเราก็ถูกแฉ เห็นพ่ออยู่ข้างหน้าแต่พูดไม่ได้ว่าเราเป็นลูกสาวก็ร้องไห้แบบรู้สึกผิดมาก ๆ แล้ววันหนึ่งรู้ว่าพ่อตายเพราะเราก็เป็นการร้องไห้อีกแบบ เป็นเรื่องที่ต้องร้องไห้หลากอารมณ์ และลึกที่สุดที่เคยเล่นเลยค่ะ

Q : เม้าท์ถึง “ทรงพล” คนหล่อสุดที่รัก

A : กับ พี่อ๋อม (อรรคพันธ์ นะมาตร์) เราสนิทกันมาก เล่นละครกันมาตั้งแต่สมัยอายุน้อย ๆ พอได้มาเล่นเรื่องนี้เราต้องไปชอบเค้า ซึ่งเราสนิทกันจนข้ามผ่านความรู้สึก จนเป็นพี่น้องไปแล้ว  พอจะเข้าฉากกันเราก็จะเข้าไปมุ้งมิ้งกับเค้า เพราะเราจะได้เข้าถึงความรักของ ดาวนิล กับ ทรงพล ช่วงนั้นคนในกองถ่ายก็จะเห็นเราสองคนสนิทกันมากกว่าปกติ (ยิ้ม) ก็ในเรื่องเราต้องรักเค้ามากจนยอมทิ้งพ่อกับน้องเพื่อไปอยู่กับเขาได้ เลยต้องอินหน่อยค่ะ

Q : เลิกสนิท “เกี่ยวก้อย” เพราะ “แม่อายสะอื้น”?

A : (หัวเราะ) คือระหว่างถ่ายปุ๊กแทบจะไม่ทัก พี่เกี่ยวก้อย (ขวัญกวินท์ ธำรงรัฐเศรษฐ์) เลย เพราะข้างนอกเราสนิทกันมาก ๆ แต่พออยู่ในกองถ่ายปุ๊กจะนิ่งผิดปกติ  ไม่ทำตัวสนิทกับพี่เค้ามาก เพราะในเรื่องเราต้องเป็นฝ่ายโดนกระทำมากกว่า กลัวจะร้องไห้ไม่ได้ (ยิ้ม)  คือเราต้องมีความเชื่อว่าเราโกรธเขาจริง ๆ คือเกลียดกันมาก ๆ ตอนถ่าย แม่อายสะอื้น เลยต้องทิ้งสเปซออกมาก่อน ซึ่งปกตินอกกองเราสนิทกันมาก ๆ เลยค่ะ

Q : ประชันดราม่ากับ “มะเหมี่ยว” น้องสาวคนใหม่

A : ปกติปุ๊กจะเป็นคนซีเรียสเรื่องการทำงาน กลัวว่าเวลาเล่นซีนอารมณ์แล้วจะมีปัญหา เพราะเราไม่รู้หรอกกว่าอารมณ์จะมาหรือไม่มา เกิดเราอารมณ์มาเต็มแต่เจอคนที่ทำไม่ได้ รับเราได้ไม่ดีก็ลำบากเพราะไม่แน่ว่าครั้งต่อไปอารมณ์เราจะมาได้แบบเดิม ซึ่งพอได้ร่วมงานกับ น้องมะเหมี่ยว (พรชดา เครือคช))แล้วต้องบอกว่า  ปุ๊กส่งอะไรไปน้องรับได้หมดเลย น้องเป็นเด็กที่สมาธิดี มีพรสวรรค์  ชั่วโมงบินน้องยังไม่เยอะ แต่น้องไม่เกร็ง ไม่ตื่นเต้น เราส่งไปร้อยน้องก็รับมาได้ร้อยเลย  ทุกฉากที่เข้ากันน้องเล่นถึงหมดเลย  ปุ๊กว่าน้องมะเหมี่ยวเล่นดี ร่วมงานกันครั้งแรกแต่ประทับใจเลย และคิดด้วยว่าอนาคตน้องไปได้ไกลแน่ในสายดราม่า

Q : ได้ร่วมงานกับศิลปินแห่งชาติ “เอก สรพงศ์”

A : ร่วมงานกับ อาเอก (สรพงศ์ ชาตรี) ไม่เกร็งเลยค่ะ เพราะเคยทำงานกันมาแล้ว แต่เรารู้สึกว่าเวลาที่เข้ากับอาเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายตลอด  สมมุติว่าความพีคเต็มร้อยเราอาจเล่นไม่ถึงจุดนั้นก็ได้ แต่อาเอกส่งมาอย่างอิน อาเป็นพ่อคำปันจริง ๆ อาส่งอารมณ์มาจนเรารู้สึกว่านี่คือพ่อเราจริง ๆ ทำเอาร้องไห้ในฉากหนักมาก คนดูก็คงอินตายไปเลยเหมือนกัน ตอนแรกอาเคยถามปุ๊กว่าจะร้องไห้ประมาณไหน ทำเอาตอบไม่ถูก เลยได้แต่บอกไปว่าแล้วแต่อาแล้วกัน (หัวเราะ) พออาส่งมาเต็ม ปุ๊กก็ร้องตามอาไปเลย ร้องไม่หยุดจนแบบ โอ๊ยยย ไม่สั่งคัทซะทีจะไม่ไหวแล้ว (ฮา)

Q : เล่าลือกันว่าเล่น “แม่อายสะอื้น” ทำเอา “ปุ๊กลุก” แทบเป็นไบโพลาร์

A : (หัวเราะ) คือตอนถ่ายเรื่องนี้ปุ๊กไม่ค่อยมีอารมณ์อะไรอย่างอื่นเลยค่ะ ต้องคอยคุมอารมณ์ของเราให้เป็นสีเทา ๆ ตลอด ปกติถ่ายละครเราจะเล่นกับทีมงานสนุกสนาน เรื่องนี้ก็มีบ้างแต่น้อย เพราะเรื่องมันเศร้า บางทีเศร้าจนทีมงานเข้ามาถามว่าทำไมเศร้าเหลือเกิน คือพี่ดูเบรกดาวน์หนู มีแต่มาร์คฉากร้องไห้เต็มไปหมด ต้องเตรียมอารมณ์มาก ๆ เราก็ต้องอธิบายให้ทีมงานฟังว่า ไม่ได้หยิ่งนะไม่ได้เป็นไพโบลาร์ด้วย (หัวเราะ) แค่เราอยากทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดเพื่อคนดูทุกคนก็ต้องทำออกมาอย่างเต็มที่ แล้วคนในกอง แม่อายสะอื้น อารมณ์ดี ทีมงานสนุก ชอบมาแกล้งมาแซวตลอด เราต้องทำงานอารมณ์ให้มันเทา ๆ เลยต้องอยู่ในรถบ้านตลอดเลยค่ะ (หัวเราะ)

Q : ความประทับใจที่มีต่อ “น้องตาร์” 

 A : ปุ๊กว่าการถ่ายทอดในบทของ กลอง ลูก ดาวนิล ในเวอร์ชั่นนี้ ไม่เหมือนเวอร์ชั่นก่อนตรงที่ น้องตาร์ (ปราการ จันรัมย์ที่รับบทเป็นกลอง น้องอาจมีร่างกายไม่ครบ แต่น้องเป็นเด็กที่มีความสุขกับชีวิต  ปุ๊กว่าทุกคนที่ได้ดูน้องตาร์ในละครเรื่องนี้จะได้กำลังใจกลับไป  ขนาดน้องมีไม่ครบเท่าคนอื่นแต่น้องกลับมีความสุขกับสิ่งที่น้องเป็น ทำให้เราได้มองย้อนตัวเองว่า แล้วเรามีครบสามสิบสองแบบนี้ทำไมเราถึงไม่มีความสุข  ทำให้กลองในเวอร์ชั่นนี้เป็นเด็กที่มีความสุขกับชีวิตจำได้ว่าเจอน้องวันแรกก็เข้าฉากกันเลย เป็นฉากที่ได้รู้ว่าเค้าเป็นลูกของเรา  ซึ่งปุ๊กต้องลงไปกอดน้อง แล้วใจน้องเต้นแรงมากด้วยความตื่นเต้น ประมาณได้เจอดารา (ยิ้ม) ซึ่งพอได้เล่นด้วยกันปุ๊กสามารถร้องไห้ได้เลย และด้วยตัวน้องที่มีร่างกายไม่ครบ การแสดงจึงออกมาจริงมาก แต่ที่มากกว่านั้นคือ น้องเค้าเป็นเด็กที่มีความสุขกับชีวิต ยิ้มและหัวเราะได้เสมอ  ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุข

Q : ดูละครแล้วย้อนดูตัว กับสิ่งที่ “ปุ๊กลุก” ได้จากละคร แม่อายสะอื้น

A : ปุ๊กได้อะไรจากละครเรื่องนี้เยอะมาก ตอนแรกที่ตกลงรับละครเรื่องนี้  ปุ๊กต้องทำการบ้านเพิ่มเยอะมาก เพราะบางอย่างเราก็ไปไม่ถึงเช่น การถูกข่มขืน การเป็นผู้หญิงขายตัว การท้อง และคิดว่าจะทำแท้งหรือไม่ทำ วันหนึ่งจะเป็นดาราเกิดท้องขึ้นมามีลูกจะเอาไปฝากพ่อต่อมาพ่อตาบอด ฯลฯ  เราต้องเข้าไปอยู่ในทุกอารมณ์ของตัวละคร  ซึ่งตัวละครสอนเราหมดเลย อยากให้คนดูละครเรื่องนี้แล้วได้อะไรมากกว่าแค่บันเทิง  ได้เห็นว่าการตัดสินใจผิดพลาดแล้วพยายามปกปิดความผิดซ้ำ ๆ แล้วแก้ไม่ได้มันเป็นยังไง ทำให้คิดว่าชีวิตคนเราถ้าดำเนินอยู่ในความถูกต้อง มันก็คือถูกต้อง  ถ้าเราคิดง่าย ๆ ว่าเรื่องผิดเล็กไม่เป็นไรหรอก เราก็จะกลายเป็นคนทำผิดที่สุดท้ายไม่รู้จะแก้ไขความผิดได้ตรงไหน เหมือน ดาวนิล ที่เจตนาดีอยากหาเงินรักษาตาพ่อ จนถูกจับไปขายตัว ไม่กล้ากลับไปบ้านจนพลาดมีลูกถึงเอาลูกไปฝากพ่อเลี้ยง คือเค้ามีความผิดพลาดในชีวิต แต่เริ่มจากเจตนาที่ดีเพื่อพ่อ ซึ่งระหว่างนั้นก็มัวทำงานจนลืมหันไปมองว่าพ่ออยู่ยังไง

ละครเรื่องนี้สะท้อนแง่คิดของคนที่กำลังตามหาความฝัน  หลายคนต้องจากบ้านไปเพื่อทำงาน เพื่อตามความฝัน ซึ่งละครเรื่องนี้กำลังสอนว่า ระหว่างที่คุณจากบ้านมาหาฝัน หาเงินทอง คุณลืมคนที่อยู่ข้างหลังหรือเปล่า ชีวิตเราสามารถแบ่งเวลาให้ดีกว่านี้มั้ย  เงินทองสำคัญแต่ไม่ใช่ที่สุดในชีวิต คุณคิดหาเงินให้พ่อแม่สุขสบายแต่เมื่อไหร่ที่คุณมีพอ  วันนั้นพวกเค้าจะยังอยู่หรือเปล่า  จะดีกว่ามั้ยที่ระหว่างไล่ตามความฝันแล้วเราจะไม่ลืมดูแลคนข้างหลังเราไปด้วย  ปุ๊กเชื่อว่าถ้าเรารู้จักบริหารชีวิตและเวลาดี ๆ ทุกคนจะมีเวลาให้พ่อกับแม่ได้  ละครเรื่องนี้สอนทุกคนแม้แต่อาชีพนักแสดงอย่างปุ๊กที่มีเวลาให้ที่บ้านน้อย  หันไปถึงรู้ว่าท่านอายุมากแล้ว หลังถ่ายละครเรื่องนี้จบ ปุ๊กก็เริ่มแบ่งเวลาให้ที่บ้านขึ้นเยอะ เพราะเราเคยอยู่ในอารมณ์ตัวละครที่ต้องสูญเสียพ่อ  ทำให้รู้ฟีลตอนนั้นและอยากทำวันนี้ให้ดีที่สุดในทุก ๆ วันดีกว่าค่ะ”

ตัวจริงปุ๊กยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ

เพื่องานฝึกซ้อมทุกอย่างด้วยความตั้งใจ

อินบทดาวนิลผู้น่าสงสาร

ว่างปุ๊บคร่ำเคร่งอ่านบทตลอด

สะอื้นสุดหัวใจ

กับอาเอก ดึงอารมณ์ได้เสมอ

ปุ๊กลุก – มะเหมี่ยว เป็นคู่พี่น้องสุดเป๊ะ ดราม่าได้ทั้งคู่

ในจอมองกันหวาน ๆ แบบนี้

แต่นอกจอกับพี่อ๋อม ปุ๊กเม้าท์กันออกรส

ช็อตหวานก็ไม่เว้น

ขำกันใหญ่

ฝากแม่อายสะอื้นด้วยนะคะ