สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จี้ใช้กฎหมายเอาผิดกลุ่มลักลอบล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

196

การดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย พร้อมพวก 4 คน ที่ลักลอบตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งกำลังถูกสังคมจับตามองว่าท้ายที่สุดแล้ว กฎหมายจะเอาผิดกับคนกลุ่มนี้ได้หรือไม่ ล่าสุดสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ออกมาแถลงข่าว เพื่อเร่งให้ใช้กฎหมายเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมด 

การจับตัวนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4  คน ที่ลักลอบตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าทำอาหารในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก กลายเป็นข่าวโด่งดังและถูกสังคมจับตามอง จากเจ้าสัวบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการก่อสร้างกลายเป็นผู้ต้องหาลักลอบล่าสัตว์ป่า

หลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่พบ ทั้งปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่ใช้ยิงสัตว์ป่าโดยเฉพาะ เสื้อที่นายเปรมชัยสวมใส่ ซึ่งถูกออกแบบให้ช่วงบ่าวางรองพานท้ายปืน ซากหนังเสือดำที่ถูกถลกเป็นแผ่น และเกลือที่มีการนำเข้าป่าจำนวนมากเพียงพอที่จะถนอมเนื้อสัตว์ป่าไว้กินได้นานกว่า 2 เดือน แม้ยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ยืนยันด้วยหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าตัวยังคงปฏิเสธ แต่หลายฝ่ายมองว่าหลักฐานทั้งหมดชี้ให้เห็นเจตนา และความผิดที่ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการลักลอบล่าสัตว์ป่า

คณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มองว่าคดีที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำผิดหลายฐานความผิด ซึ่งขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรมที่จะลงโทษผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้ถึงที่สุด

สภานิติบัญญัติแห่งชาติยังชี้อีกว่า ควรเพิ่มโทษกลุ่มผู้กระทำผิดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพราะปัจจุบันบทลงโทษไม่ร้ายแรง ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมาย

สอดคล้องกับกรณีที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงานเสวนาหัวข้อ “การจัดการสัตว์ป่าเมืองไทย กรณีทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก” เพื่อจี้ให้กระบวนการยุติธรรมเร่งเอาผิดกับนายเปรมชัยพร้อมพวกเมื่อวันที่  9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ข้อมูลบางส่วนในการเสวนาชี้ให้เห็นว่า นายเปรมชัยมีพฤติกรรมชื่นชอบการล่าสัตว์มาตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกา

ด้านนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดจับกุมนายเปรมชัยพร้อมพวก เลี่ยงที่จะไม่พูดถึงคดีที่เกิดขึ้น แต่พยายามสะท้อนปัญหาอุปสรรคที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกต้องเผชิญตลอดระยะเวลาที่นายวิเชียรทำหน้าที่เป็นหัวหน้ามา 1 ปี

นักวิชาการยังเสนอให้มีการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมผู้กระทำผิดจนการดำเนินคดีสิ้นสุด เพราะหากเวลานานไปเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้อาจต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว

บทสรุปจากคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และการเสวนาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็เพื่อจี้ให้รัฐเร่งเอาผิดกับนายเปรมชัยพร้อมพวก และขอให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันให้หลายฝ่ายได้เข้ามาร่วมกันปกป้องผืนป่ามรดกโลกด้วยระเบียบที่ถูกต้องและโปร่งใส

ชนะชัย  แก้วผาง

รายงาน