หนุ่มวัย 15 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีหน้าร้านขายของชำ

162

 

เด็กนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย ทั้งเตะและใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตี จนได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียหาย คาดอีกฝ่ายเข้าใจผิด คิดว่าร่วมกับเพื่อนไปปาขวดใส่ก่อนหน้านี้

กล้องวงจรปิดหน้าร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ในตำบลดงพระราม อำเภอเมืองปราจีนบุรี บันทึกเหตุการณ์ขณะมีกลุ่มคนขี่รถจักรยานยนต์เกาะกลุ่มกันมาหลายคันผ่านหน้าร้านไป ไม่นาน มีชาย 3 คน วิ่งไล่ทำร้ายชายสวมหมวกกันน็อกมาตามถนน จนมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน จังหวะนั้นชายสวมหมวกกันน็อกก็ล้มลงกับพื้น เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายกระหน่ำเตะและต่อยชายคนดังกล่าว จากนั้นมีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่มาจอด ก่อนที่คนขี่จะลงจากรถ ถือไม้กระหน่ำฟาดเข้าไปตามร่างกายของชายสวมหมวกกันน็อก

กล้องวงจรปิดอีกมุม จับภาพกลุ่มชายวัยรุ่นทั้งเตะและใช้ไม้ตีเข้าที่หมวกกันน็อกของชายคนดังกล่าวหลายครั้ง จากนั้นมีชายวัยรุ่นอีกคนขี่รถจักรยานยนต์ตามมาสมทบ พยายามถอดหมวกกันน็อกของชายคนดังกล่าวออก ก่อนปาใส่ศีรษะอย่างแรง

จากภาพจะเห็นกลุ่มชายที่ก่อเหตุยังคงใช้เท้าเตะ และใช้ไม้ตีเข้าไปที่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมหยุด โดยมีรถจักรยานยนต์ขี่ตามมาอีกหลายคัน ผ่านไปนานเกือบ 2 นาที ทั้งหมดจึงขี่รถย้อนกลับไปทางเดิม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 1 นาฬิกา วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าได้ยินเสียงดังจึงออกมาดู เห็นชายสวมหมวกกันน็อกถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย จากนั้นมีชายอีกคนขี่รถมาจอดพยายามถอดหมวกกันน็อกของชายคนดังกล่าว และพูดคุยกัน

เราตรวจสอบไปยัง ชายสวมหมวกกันน็อกที่ถูกรุมทำร้าย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง อายุ 15 ปีเขาบอกว่า ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งแฟนสาวที่บ้าน และกำลังขี่รถกลับบ้าน เจอกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 คนขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมา แต่ระหว่างทางรถเกิดน้ำมันหมด จากนั้นอีกฝ่ายจึงเข้ามารุมทำร้าย ทั้งเตะต่อย และใช้ไม้เบสบอลตี จนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำตามร่างกาย

ผู้เสียหาย ยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มเพื่อนไปขว้างปาขวดใส่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว อีกฝ่ายจึงขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาเพื่อเอาคืน เจอกับเขากำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน จึงเข้าใจผิดคิดว่าร่วมก่อเหตุด้วย ล่าสุดตำรวจพอรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เป็นวัยรุ่น 5 ถึง 6 คน และกำลังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวน ดำเนินคดี

สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

รายงาน