เจาะเกาะติด พบหลักฐานคนร้าย วางยาพิษในแท็งก์น้ำหวังฆ่ายกครัว

160

ตำรวจพบหลักฐาน คนร้ายวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่ม ทำชายวัย 76 ปี และหญิงวัย 63 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้าน แสบร้อนท้องอย่างหนัก หลังดื่มน้ำไปเพียง 15 นาที จนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล คาดเป็นฝีมือเพื่อนบ้าน แค้นที่ถูกไล่ไม่ให้มาดื่มสุรา

ตำรวจเข้าตรวจสอบสภาพน้ำ ภายในแท็งก์น้ำดื่มของบ้านหลังหนึ่งในตำบลวิสัยใต้ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร หลังได้รับแจ้งว่าถูกคนร้ายลักลอบวางยาพิษลงในแท็งก์น้ำดื่ม จนน้ำมีสีขุ่น และมีกลิ่นเหม็นคล้ายสารเคมี เมื่อสูดดมสักพักทำให้รู้สึกแสบจมูก

ย้อนไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังเจ้าของบ้าน 2 คนรับประทานอาหารมื้อเย็น ได้ใช้ขันรองน้ำจากท่อประปา ที่ต่อมาจากแท็งก์น้ำดื่มหลังบ้าน มาต้มเพื่อดื่มตามปกติ ผ่านไปเพียง 5 นาที เริ่มมีอาการปวดแสบปวดร้อนที่ปาก ลำคอ ลำไส้ และเริ่มหายใจติดขัด ลูกสาวจึงรีบพาตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ระบุว่าทั้งคู่ได้รับสารพิษประเภทยาฆ่าแมลงในปริมาณมาก จำเป็นต้องล้างท้องเพื่อช่วยชีวิต

เจ้าของบ้านยืนยันว่า ไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร แต่ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน มีเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสามีภรรยาคู่หนึ่ง มานั่งดื่มสุราจนเมาอยู่หน้าบ้านจึงไล่ออกไป อาจทำให้ทั้งคู่ไม่พอใจ โดยตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิด เพราะหลังบ้านมีแท็งก์น้ำถึง 4 แท็งก์ แต่คนร้ายเลือกวางยาพิษในแท็งก์น้ำดื่ม

วันนี้ตำรวจลงพื้นที่เก็บหลักฐานรอบบ้านผู้ต้องสงสัย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร พบขวดยาฆ่าแมลงสภาพใหม่ ตกแตกอยู่ในเหวลึก คาดว่าถูกโยนลงมาเพื่อทำลายหลักฐาน โดยในขวดยังมีน้ำยาสีขาวเหลืออยู่ หากตรวจพบว่าเป็นยาชนิดเดียวกับในแท็งก์น้ำ และพบลายนิ้วมือผู้ต้องสงสัย ตำรวจจะออกหมายจับทันที

ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บทั้งสองคน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ เนื่องจากสารพิษที่ดื่มเข้าไปสามารถทำลายเซลล์ต่างๆ เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อของมนุษย์

วัลภา ปัญญาสรรเสริญ

รายงาน